Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าโกดังของโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2501 ถึง พฤษภาคม 2502 รวม18 เดือน โดยจำเลยกลับไปชำระให้นางเยี่ยมศรีซึ่งไม่มีสิทธิ จำเลยให้การต่อสู้ด้วยว่า เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2502 จำเลยได้รับหนังสือจากทนายของโจทก์แจ้งให้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์แต่เดือนมิถุนายน 2502 เป็นต้น และห้ามชำระแก่นางเยี่ยมศรีที่ชำระไปแล้วโจทก์จะเรียกจากนางเยี่ยมศรีเอง โจทก์มิได้แถลงรับในข้อนี้เมื่อศาลนัดพร้อม และคู่ความไม่สืบพยาน แต่ตามคำแถลงการณ์ของโจทก์ก่อนศาลพิพากษาคดีโจทก์กล่าวถึงหนังสือของทนายโจทก์ดังที่จำเลยกล่าวอ้างด้วย ดังนี้ เป็นการรับข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยแล้ว และโจทก์จะอ้างว่าตามหนังสือดังกล่าวนี้ โจทก์เสนอให้จำเลยชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2502 ให้โจทก์ แล้วโจทก์จะไม่เรียกร้องค่าเช่าก่อนนั้น (ค่าเช่า 14 เดือนที่ฟ้อง) จากจำเลย หาได้ไม่ เพราะไม่อาจถือได้ว่ามีข้อความตั้งข้อแม้ไว้เช่นนั้นและถือได้ว่าโจทก์สละสิทธิไม่เรียกร้องค่าเช่าเดือนก่อนๆ นั้นจากจำเลยอีก โดยจะเรียกเอาจากนางเยี่ยมศรีแทน เมื่อปรากฏตามหนังสือดังกล่าวว่าโจทก์สละสิทธิไม่เรียกร้องเอากับจำเลยโดยจะเรียกคืนจากนางเยี่ยมศรีเองแล้วโจทก์จะอ้างว่าจำเลยมีหน้าที่ชำระค่าเช่านั้นแก่โจทก์ผู้ให้เช่า ที่จำเลยชำระให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิรับชำระไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นความรับผิดต่อโจทก์ แล้วจะกลับมารื้อฟื้นเรียกร้องเอาจากจำเลยอีกย่อมไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าโกดังของโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2501 ถึง พฤษภาคม 2502 รวม 14 เดือนโดยจำเลยกลับไปชำระให้นางเยี่ยมศรีผู้ซึ่งไม่มีสิทธิ โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระแก่โจทก์จำเลยกลับเกี่ยงให้ไปเรียกร้องเอาจากนางเยี่ยมศรี ขอให้บังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าจำเลยให้การว่าไม่ได้ผิดสัญญา จำเลยได้ชำระค่าเช่าให้นางเยี่ยมศรีโดยเชื่อว่านางเยี่ยมศรีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โกดังต่อจากโจทก์ตามสัญญาขายฝากที่นางเยี่ยมศรีแสดงขอรับค่าเช่าจากจำเลย จำเลยได้รับหนังสือจากทนายโจทก์แจ้งให้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์แต่เดือนมิถุนายน 2502 เป็นต้นไป และห้ามจำเลยชำระแก่นางเยี่ยมศรี ที่ชำระไปแล้วโจทก์จะเรียกจากนางเยี่ยมศรีเองจำเลยจึงแจ้งแก่นางเยี่ยมศรี

นางเยี่ยมศรีก็ตอบให้ส่งค่าเช่าแก่เขา จำเลยจึงแจ้งแก่โจทก์และขอให้ดำเนินการทางศาลต่อมาศาลสั่งให้จำเลยวางเงินค่าเช่าต่อศาล จำเลยก็นำไปวางศาลตลอดมา โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีจำเลยขอให้เรียกนางเยี่ยมศรีเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาตนางเยี่ยมศรีจำเลยร่วมให้การว่า ที่ดินพร้อมด้วยโกดังตามฟ้องจำเลยร่วมซื้อฝากไว้จากนายชิน โดยเสียค่าตอบแทนและสุจริตซึ่งโจทก์ได้ฟ้องนายชินและจำเลยร่วมต่อศาลตามคดีแดงที่ 1497/2502 ขอไถ่ถอนและจำเลยร่วมได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นอยู่โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ขอให้ยกฟ้องชั้นนัดพร้อม คู่ความแถลงข้อเท็จจริงต่อศาลในบางข้อ แล้วไม่ขอสืบพยานศาลชั้นต้นเห็นว่า การให้เช่าทรัพย์สินไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เสมอไป

เมื่อจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นคือ ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ เมื่อจำเลยชำระค่าเช่าแก่จำเลยร่วมโดยไม่สอบถามโจทก์ก่อน จึงเป็นความประมาทเลินเล่อ ส่วนที่จำเลยให้การว่าหลังจากจำเลยชำระค่าเช่าแก่จำเลยร่วมแล้วจำเลยได้รับหนังสือจากโจทก์ดังกล่าวแล้วนั้น ข้อนี้โจทก์หาได้รับข้อเท็จจริงนี้ไม่ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าตามฟ้องและให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยร่วมเสียจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ฎีกา1.

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่โจทก์ฎีกาว่า ตามหนังสือของทนายโจทก์ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2502 นั้นโจทก์เสนอให้จำเลยชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2502 ให้โจทก์ แล้วโจทก์จะไม่เรียกร้องค่าเช่าก่อนนั้น (ที่จำเลยชำระให้แก่จำเลยร่วม และโจทก์มาฟ้องเรียกร้องในคดีนี้) โจทก์จะไม่เรียกร้องจากจำเลย แต่จะเรียกจากจำเลยร่วม เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2502 ให้โจทก์ กลับนำไปวางศาล จึงต้องถือว่าข้อเสนอดังกล่าวถูกจำเลยบอกปัดและตกไป ค่าเช่าก่อนที่จำเลยนำมาวางศาลนั้น จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่าปรากฏจากคำให้การของจำเลยและคำแถลงการณ์ปิดคดีของโจทก์เอง (ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา) ความว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2502 จำเลยได้รับหนังสือจากทนายของโจทก์

แจ้งให้จำเลยชำระค่าเช่าโกดังแก่โจทก์แต่เดือนมิถุนายน 2502 เป็นต้นไป และห้ามชำระแก่นางเยี่ยมศรีจำเลยร่วม ส่วนที่ชำระไปแล้วก่อน ๆ นั้น โจทก์จะได้เรียกคืนจากนางเยี่ยมศรีเอง ดังนี้ ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ตั้งข้อแม้ไว้ว่าให้จำเลยชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2502 ให้โจทก์ แล้วโจทก์จึงจะไม่เรียกร้องค่าเช่าที่จำเลยชำระให้จำเลยร่วมไปแล้วจากจำเลยการแสดงเจตนาว่าโจทก์สละสิทธิ์ไม่เรียกร้องค่าเช่าเดือนก่อน ๆจากจำเลยอีก กับข้อที่โจทก์กำหนดให้จำเลยชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2502 แก่โจทก์นั้น หาได้มีข้อความที่แสดงว่าต้องอาศัยซึ่งกันและกันไม่ ส่วนข้อที่จำเลยมิได้นำค่าเช่าชำระแก่โจทก์ตามที่ทนายโจทก์แจ้งไปนั้น

ก็ได้ความว่าจำเลยนำไปวางศาลตามคำสั่งศาลในคดีที่โจทก์กับจำเลยร่วมกำลังพิพาทกัน เรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินและโกดังที่ให้เช่านี้อยู่ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นและเมื่อปรากฏตามหนังสือของทนายโจทก์สละสิทธิไม่เรียกร้องค่าเช่าก่อนวางศาลกับจำเลย โดยจะเรียกคืนจากจำเลยร่วมเองแล้วโจทก์ก็ย่อมหมดสิทธิที่จะเรียกร้องเอากับจำเลย และโจทก์จะว่าการที่จำเลยได้ชำระให้จำเลยร่วมเป็นการชำระให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิรับชำระไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นความรับผิดต่อโจทก์ผู้ให้เช่าแล้วจะกลับมารื้อฟื้นเอากับจำเลยอีกย่อมฟังไม่ขึ้นเมื่อวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นด้วยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5021/2540

ฎีกาจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเพิ่มและให้คู่ความสืบพยานในประเด็นที่กำหนดใหม่จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่ง ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2224/2534

จำเลยรับว่าได้เช่าอาคารพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยจะกลับมาเถียงสิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าว่าไม่มีอำนาจให้เช่าและไม่มีอำนาจฟ้องไม่ได้ จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด จำเลยก็ต้องออก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3816/2526

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขอเช่าห้องพิพาทจากโจทก์เพื่อประกอบการค้าประเภท 'กิ๊ฟท์ชอป' แต่จำเลยกลับตกแต่งห้องและขึ้นป้ายเป็นการค้าประเภท 'จิวเวลรี่' ซึ่งเป็นการผิดสัญญา จำเลยให้การเพียงว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2517

การที่ศาลชั้นต้นกำหนดชั้นชี้สองสถานว่าจำเลยตกลงขายที่ดินให้โจทก์กี่ไร่เป็นเงินเท่าใด มีความหมายเพียงไร นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายฟ้องกล่าวว่า จำเลยตกลงขายที่ดินมีโฉนดให้โจทก์ทั้งแปลง เนื้อที่ 4 ไร่ จำเลยผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้