Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกัน และด้วยเจตนาอย่างเดียวกัน คือเพื่อให้การบรรทุกไม้ของกลางของจำเลยรอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงานนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดคนละกรรม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 83 ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 251 ป.อ. มาตรา 252 ป.อ. มาตรา 264 ป.อ. มาตรา 265 ป.อ. มาตรา 268 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 16 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 12 พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก ๔ คน (จำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๑๘ ของศาลชั้นต้น และอีก ๒ คนซึ่งหลบหนี) บังอาจร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง กล่าวคือ ก.จำเลยทั้งสี่กับพวกดังกล่าวบังอาจร่วมกันทำไม้โดยตัดฟันไม้ประดู่ซึ่งอยู่ในป่าในเขตท้องที่อำเภอนากลาง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๑๗ ท่อน ปริมาตร ๖๔.๐๗ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และร่วมกันมีไม้ดังกล่าวโดยมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครอง และร่วมกันนำไม้ดังกล่าวบรรทุกรถยนต์ ๔ คัน ไปตามถนนผ่านเข้าไปในเขตอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้ โดยจำเลยกับพวกทำและมีไม้หวงห้ามดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

ข.จำเลยทั้งสี่กับพวกดังกล่าวบังอาจร่วมกันทำปลอมตราและรอยตราของรัฐบาลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายประกาศกำหนด โดยจำเลยกับพวกปลอมตราชักลากที่ "ช. ลาก ๑๒๖๒" ตราตรวจไม้ที่ "ต.๔๔๑๐" ตราตรวจไม้ที่ "ต.๓๙๓๒" และตราชำระค่าภาคหลวงที่ "ภล.๓๙๕" ทั้งนี้ให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นตราประทับไม้ที่แท้จริงของรัฐบาล และโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและกรมป่าไม้ แล้วจำเลยทั้งสี่กับพวกนำตราประทับไม้ทั้ง ๔ ตรา ดังกล่าวไปตีประทับลงไปที่ท่อนซุงไม้หวงห้ามทั้ง ๑๗ ท่องดังกล่าวในข้อ ก. อันเป็นการทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษรและตัวเลข เพื่อแสดงลวงให้ปรากฏเสมือนว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม้ที่ปรากฏรอยตราประทับไม้ดังกล่าวผ่านการตีตราตรวจชักลากและการชำระค่าภาคหลวงโดยชอบแล้วและร่วมกันใช้รอยตราปลอมที่ประทับที่ท่อนซุงไม้ดังกล่าวแสดงแก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ตรวจไม้หวงห้าม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและกรมป่าไม้ และกระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นรอยตราประทับไม้ของรัฐบาลที่เจ้าพนักงานป่าไม้ประทับตรีตราไว้ที่แท้จริง

ค.จำเลยทั้งสี่กับพวกบังอาจร่วมกันปลอมใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่อันเป็นเอกสารราชการขึ้นทั้งฉบับ รวม ๔ ฉบับ โดยกรอกข้อความปลอมและลงลายมือชื่อปลอมของนายชาญวุธ ศิริปาณี ป่าไม้อำเภอวาริชภูมิ ทำการแทนนายอำเภอ ในแบบพิมพ์ใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ มีใจความสำคัญว่าอนุญาตให้นายรุ่งเรือง จุลชาติ นำไม้ประดู่รวม ๑๗ ท่อน เคลื่อนที่ออกจากสนามไม้บ้านห้วยเหล็กไฟ ตำบลวาริชภูมิ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ไปยังโกดังไชยทอง ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยบรรทุกรถยนต์หมายเลขทะเบียน น.ฐ.๐๑๒๕๘ น.ฐ.๐๓๓๕๑ น.ม.๐๓๖๖๐ และ อ.ด.๐๑๘๒๗ ไม้ ๑๗ ท่อนที่ปรากฏในใบเบิกทางดังกล่าวเป็นไม้หวงห้ามที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำและมีไว้โดยผิดกฎหมายตามข้อ

ก. และตีตราประทับไม้ปลอมไว้ตามข้อ ข. ความจริงนายชาญวุธไม่เคยอนุญาตออกใบเบิกทาง ๔ ฉบับดังกล่าวให้แก่นายรุ่งเรืองหรือจำเลยกับพวก ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและกรมป่าไม้ และจำเลยกับพวกกระทำขึ้นเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ อันเป็นเอกสารราชการที่นายชาญวุธป่าไม้อำเภอทำการแทนนายอำเภอวาริชภูมิออกให้ที่แท้จริง ง.จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันนำเอกสารราชการปลอมดังกล่าวในข้อ ข. และค. ไปอ้างและใช้ โดยเมื่อจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ นายสละและนายหวลนำไม้ประดู่หวงห้าม ๑๗ ท่อนบรรทุกมากับรถยนต์ดังกล่าวในข้อ ค. และรถพ่วง ๔ คัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกดังกล่าวอ้างแสดงใบเบิกทางปลอมและแสดงรอยตราประทับตราปลอมดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งขอตรวจค้นว่าเป็นไม้ที่จำเลยกับพวกได้รับอนุญาตให้ทำและให้นำเคลื่อนที่ได้ถูกต้องตามกฎหมาย และโดยการแสดงเอกสารปลอมดังกล่าวทำให้การขนส่งไม้ของจำเลยกับพวกได้รับความสะดวกรอดพ้นจากการจับกุมเรื่อยมาจนถึงเขตสุขาภิบาลอำเภอชุมแพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอชุมแพขอตรวจไม้และใบเบิกทางนำไม้เคลื่อนที่ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกอ้างแสดงใบเบิกทางนำไม้เคลื่อนที่ที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำปลอมขึ้นทั้ง ๔ ฉบับดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งได้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม้ดังกล่าวประทับตราไม้ของรัฐบาลโดยชอบแล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกเป็นการใช้และอ้างใบเบิกทางนำไม้เคลื่อนที่อันเป็นเอกสารราชการปลอม และอ้างรอยตราประทับไม้ปลอมที่ท่อนซุง ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและกรมป่าไม้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๑๑, ๓๔, ๖๙, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๔, ๑๒, ๑๗, ๑๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๑, ๒๕๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ และริบของกลาง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๘ และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ กระทงหนึ่ง ให้จำคุกคนละ ๒ ปี ติดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒ กระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๕๑ จำคุกคนละ ๓ ปี และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ กระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๖ (ที่ถูกเป็นมาตรา ๒๖๕) จำคุกคนละ ๒ ปี รวมจำคุกคนละ ๗ ปี ให้ริบของกลางทั้งหมด ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๑๘ ข้อหานอกจากนี้ให้ยกเสีย โจทก์และจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานใช้รอยตราเจ้าพนักงานและใบเบิกทางนำไม้เคลื่อนที่ที่ทำปลอมขึ้น ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ฐานใช้รอยตราเจ้าพนักงานที่ทำปลอมขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒ ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา ๒๕๑ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ คนละ ๓ ปี และให้คืนรถยนต์หมายเลขทะเบียน อ.ด.๐๑๘๒๗ กับรถพ่วงไม่มีหมายเลขทะเบียนแก่จำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๔ ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ บังอาจร่วมกันมีไม้ประดู่อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. รวม ๑๗ ท่อน ซึ่งมีรอยตราประทับไม้ปลอมประทับอยู่ทุกท่อน

ไว้ในป่าที่อยู่ในเขตอำเภอนากลาง จังหวัดอุดรธานี แล้วนำไม้ดังกล่าวบรรทุกรถยนต์ ๔ คันตามฟ้องเพื่อนำไปขายที่กรุงเทพมหานคร โดยจำเลยที่ ๒ กับพวกให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๑๘ ขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวคนละคันพร้อมกับมอบใบเบิกทางปลอม ๔ ฉบับตามฟ้องให้ด้วย เพื่อให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกแสดงต่อเจ้าพนักงานซึ่งขอตรวจ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๒ รู้อยู่แล้วว่ารอยตราประทับไม้ที่ประทับไม้ประดู่หวงห้ามทั้ง ๑๗ ท่อนเป็นรอยตราปลอม และใบเบิกทาง ๘ ฉบับดังกล่าวเป็นใบเบิกทางปลอม เมื่อจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกดังกล่าวขับรถยนต์บรรทุกไม้ผ่านด่านป่าไม้ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกได้แสดงรอยตราประทับไม้ปลอมและใบเบิกทางปลอมดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานตำรวจ

สถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพ ซึ่งขอตรวจว่าเป็นไม้ประดู่หวงห้ามที่ได้รับอนุญาตให้ทำและให้นำเคลื่อนที่ได้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ กับพวกไม่ทราบว่าเป็นรอยตราประทับไม้ปลอมและใบเบิกทางปลอม ปัญหาที่ว่า จำเลยที่ ๔ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วเชื่อว่าจำเลยที่ ๔ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมจริง ส่วนปัญหาที่ว่าการใช้รอยตราปลอมและการใช้ใบเบิกทางปลอมเป็นความผิดคนละกรรมหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ ร่วมกันใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกันและด้วยเจตนาอย่างเดียวกันคือเพื่อให้การบรรทุกไม้ของกลางของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ รอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน การกระทำของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดคนละกรรม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายก้อน คงแสนคำ
ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8490/2552

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันวางแผนโดยใช้โฉนดที่ดินพิพาทปลอมที่มีรอยตราปลอมประทับอยู่ ไปแลกเอาโฉนดที่ดินพิพาทฉบับจริงของผู้เสียหายมาอันเป็นการเอาไปเสียซึ่งเอกสารและลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย แล้วนำโฉนดที่ดินพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3935/2550

การที่จำเลยร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือคำเสนอขอเช่าซื้อรถยนต์และแบบสัญญาค้ำประกัน หลังจากที่จำเลยร่วมกันปลอมเอกสารราชการใบรับคำขอมีบัตร มีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน และร่วมกันปลอมเอกสารสำเนาบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2533

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า การที่จำเลยปลอมขึ้นซึ่ง ดวงตราของ กระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไปประทับในหนังสือเดินทางให้เกิดรอยตรา ที่ประทับเหมือนของจริง จึงเป็นการปลอมหนังสือเดินทางสำเร็จบริบูรณ์สมเจตนาขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4632/2533

จำเลยปลอมสำเนาทะเบียนคนเกิด ท.ร.22 และบัตรประจำตัวประชาชนเป็นการปลอมเอกสารคนละประเภทแตกต่างกันมีผลเป็นความผิดในตัวเองแยกจากกันได้ เป็นความผิดสองกรรมแต่การที่จำเลยที่ 1 ปลอมดวงตราและรอยตราประทับลงบนเอก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3520/2527

จำเลยกับพวกปลอมดวงตราของผู้ว่าราชการจังหวัดและดวงตราของเจ้าพนักงานที่ดิน แล้วเอาดวงตราปลอมไปดังกล่าวไปประทับในโฉนดที่ดินช่องผู้ว่าราชการจังหวัดและช่องเจ้าพนักงานที่ดินทุกแห่งที่จำเลยลงลายมือชื่อปลอมขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้