Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2961/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ปรากฏชื่อโจทก์ในทะเบียนที่ดิน กรณีจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ศาลชอบที่จะกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาขายฝากซึ่งทำไว้แก่ จ.ถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทน จ. โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยเปลี่ยนลักษณะการยึดถือเพื่อตนเอง อันถือได้ว่าเป็นวันที่โจทก์ถูกแย่งการครอบครอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 907 โดยซื้อจาก นางแจ๋วเดิมที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยนำมาขายฝากไว้ต่อนางแจ๋ว แต่มิได้ไถ่คืนจึงตกเป็นของนางแจ๋ว ระหว่างขายฝากนางแจ๋วอนุญาตให้จำเลยทำประโยชน์ เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินจากนางแจ๋วแล้วได้แจ้งให้จำเลยออกจากที่ดิน แต่จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่และชดใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลย โจทก์ซื้อที่ดินจากนางแจ๋วภายหลังจากจำเลยขอไถ่ถอนคืน สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับนางแจ๋วทำขึ้นเพื่อฉ้อโกงจำเลยโจทก์มิได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครอง จึงขาดอายุความศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

สำหรับเรื่องหน้าที่นำสืบซึ่งจำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมี น.ส.3 ก. การซื้อขายระหว่างโจทก์และนางแจ๋วได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงเป็นผู้มีชื่อในทะเบียนต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1373 ว่า ผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนนั้นเป็นการชอบแล้วสำหรับฎีกาจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปีนั้น เห็นว่า จำเลยรับว่าทำกินในที่ดินโดยนางแจ๋วคิดดอกเบี้ยปีละ 1,000 บาทจึงแสดงว่าเป็นการยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทแทนนางแจ๋ว

มิใช่เป็นการยึดถือเพื่อตนเอง และหากจะมีการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือมาเป็นยึดถือเพื่อตนเอง ก็ต้องเป็นเวลาภายหลังวันสุดท้ายที่จำเลยมีสิทธิไถ่หรือวันที่นางแจ๋วโอนขายแก่โจทก์คือวันที่ 3กรกฎาคม 2522 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2523 จึงเป็นการฟ้องภายใน1 ปี นับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7619/2543

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายโดยมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยซื้อจาก ป. มารดาจำเลย จำเลยมิได้ปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของเอกสารและยอมรับข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7324/2556

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) ออกโดยส่วนจัดนิคมสหกรณ์ในสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดินพิพาทดังกล่าวมีหนังสือแสดงการทำประโยชน์เป็นหลักฐาน จึงมิใช่อสังหาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8551/2550

โจทก์เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา จำเลยไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาท โจทก์จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท การที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของจำเลยบางส่วนออกทับที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2550

โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทที่ได้จดทะเบียนแล้ว ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยจึงมีหน้าที่นำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516/2549

แม้จำเลยที่ 1 จะออกจากบ้านตามภูมิลำเนาโดยไม่มีผู้ใดทราบข่าวคราวก็ตาม แต่ขณะที่เจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้แก่จำเลยที่ 1 โดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องนั้น ศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้