คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้สร้างถังเก็บน้ำและติดตั้งให้เรียบร้อยโจทก์ดำเนินการเสร็จแล้ว ขอให้จำเลยไปรับมอบงานและจ่ายเงินที่ค้าง จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้เงินที่เหลือแก่โจทก์เพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้ว จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การโดยอ้างว่าหลังจากศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด คลังไม้สกลได้แจ้งให้จำเลยแก้ไขรายการก่อสร้างถังเหล็กเก็บน้ำให้ถูกต้องตามสัญญาซึ่งเป็นรายการที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จำเลยจึงได้แจ้งให้โจทก์ทำการแก้ไข แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยจึงเข้าจัดการเอง
เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องที่จำเลยขอแก้คำให้การนี้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 และคดีไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้องของประชาชน จึงให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลย เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 228(3) ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไปโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยว่าจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(3)ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรก โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาพิพากษายกฎีกาโจทก์