Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2965/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินมี น.ส.3 จาก จ. บิดาจำเลยโดยเชื่อตามที่ จ. บอกว่าที่ดินอยู่ใกล้โรงงาน และติดถนนตามแผนที่ที่แสดงให้ดูเมื่อปรากฏว่าที่ดินมิได้อยู่ติดถนนจ. จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาที่ไม่สามารถส่งมอบที่ดินตามที่ตกลงจะขายให้โจทก์และโจทก์ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของ จ. จึงต้องคืนเงินมัดจำ และราคาที่ดินที่ได้รับไว้พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายจั๊ว กมลนุกูลกิจ บิดาจำเลยทั้งสองได้ขอร้องให้โจทก์ช่วยซื้อที่ดิน น.ส.3 ทะเบียนเล่ม 2 หน้า112 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ราคาไร่ละ 10,500บาท เป็นเงิน 191,625 บาท โดยแจ้งสภาพและที่ตั้งของที่ดินว่า อยู่ติดกับถนนใกล้โรงงาน โจทก์เชื่อว่าเป็นความจริงจึงทำสัญญาจะซื้อขายกัน จะทำการโอนและตรวจสอบที่ดินให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนได้วางมัดจำไว้ 10,000 บาท และชำระค่าที่ดินรวม 77,700 บาท ต่อมานายจั๊วตาย จำเลยทั้งสองแจ้งให้โจทก์ไปตรวจสอบที่ดินและรับโอน โจทก์ตรวจสอบแล้วพบว่าสภาพที่ดินไม่ตรงกับที่นายจั๊วบอก โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยคืนเงิน 87,700บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันรับเงินจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ได้สำคัญผิดในสภาพที่ตั้งของที่ดิน โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระแก่จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิริบมัดจำและราคาที่ชำระแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน93,306.87 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้น87,700 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 29พฤษภาคม 2524 นายจั๊ว กมลนุกูลกิจ บิดาจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาจะขายที่ดินตาม น.ส.3 ทะเบียนเล่มที่ 2 หน้า 112หมู่ที่ 3 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 1 แปลง เนื้อที่18 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ราคา 191,625 บาท แก่โจทก์ วันทำสัญญาโจทก์วางเงินมัดจำ 10,000 บาท ตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมายจ.2 ต่อมานายจั๊วบิดาจำเลยและจำเลยทั้งสองได้รับเงินค่าที่ดินจากโจทก์ไปอีกรวมเป็นเงิน 87,700 บาท ต่อมานายจั๊วบิดาจำเลยทั้งสองถึงแก่กรรม โดยยังไม่ได้จัดการจดทะเบียนโอนที่ดินไปตามสัญญา

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้เขียนสัญญาจะซื้อขาย และเห็น น.ส.3 ที่ดินที่จะซื้อขายแล้ว รู้ทำเลที่ตั้งของที่ดินดีแล้วโจทก์จึงได้ทำสัญญาจะซื้อขาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น ปัญหาวินิจฉัยมีว่าโจทก์สำคัญผิดในสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายหรือไม่สัญญาจะซื้อขายเป็นโมฆะหรือไม่ โจทก์เบิกความว่า เมื่อเดือนเมษายน 2524 นายจั๊วบิดาของจำเลยทั้งสองได้มาพบโจทก์เสนอขายที่ดิน 1 แปลง ที่ดินตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบึงอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตาม น.ส.3 มีเนื้อที่ 18 ไร่ 1งาน 20 ตารางวา ในราคาไร่ละ 12,000 บาท โดยบอกว่าที่ดินอยู่ใกล้โรงงาน ติดถนนตามแผนที่ที่บิดาจำเลยให้ไว้

โจทก์เชื่อเพราะรู้จักกับบิดาจำเลยมาก่อน โจทก์ต่อรองราคาลงไร่ละ 10,500 บาท รวมเป็นเงิน 190,000 บาทเศษ บิดาจำเลยตกลงจึงได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันตามเอกสารหมาย จ.2 นัดไปตรวจสอบจำนวนที่ดินให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาหลังจากทำสัญญาแล้วไม่ได้ไปตรวจดูที่ดิน เพราะบิดาจำเลยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และต่อมาได้ถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองมีนางนงเยาว์ อาสนวลัยกุล นายประสงค์ อาสนวลัยกุล เบิกความว่าครั้งแรกโจทก์รับเป็นนายหน้าขายที่ดินแปลงนี้ให้นายจั๊วบิดาจำเลย โดยถ่ายสำเนา น.ส.3 ไปเพื่อหาผู้ซื้อ ต่อมาโจทก์เป็นผู้ซื้อที่แปลงนี้เอง โจทก์เป็นคนเขียนสัญญาจะซื้อขายและมอบเงินมัดจำ 10,000 บาทให้นายประสงค์นำไปให้บิดาจำเลยลงชื่อในสัญญา

นายประสงค์เป็นคนนำสัญญาจะซื้อขายไปให้นายจั๊วบิดาจำเลยลงชื่อและมอบเงินมัดจำ 10,000ให้นายจั๊วไป ในการทำสัญญาจะซื้อขายโจทก์ไม่ได้ไปตรวจดูที่ดินที่จะซื้อขาย พยานจำเลยเจือสมข้อนำสืบของโจทก์ เชื่อว่านายจั๊วบิดาจำเลยตกลงทำสัญญาจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวแก่โจทก์ โดยบอกโจทก์ว่าที่ดินที่จะขายอยู่ใกล้โรงงานและติดถนนทั้งได้มอบแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.1ให้โจทก์ไว้ โจทก์ตกลงทำสัญญาจะซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.2โดยเชื่อตามที่นายจั๊วบิดาจำเลยบอกกล่าว ไม่ได้ไปตรวจดูสภาพของที่ดิน เมื่อนายจั๊วบิดาจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับโอนที่ดินตามเอกสารหมาย จ.4 แต่โจทก์ยังไม่ได้ไปตรวจดูที่ดิน ไม่ทราบสภาพที่ตั้งของที่ดินตามสัญญาจะซื้อขาย จึงได้แจ้งให้จำเลยทั้งสองทำการรังวัดตรวจสอบจำนวนที่ดินก่อนตามเอกสารหมาย

จ.6 จำเลยทั้งสองได้มีหนังสือตอบมาว่าการตรวจสอบจำนวนที่ดินไม่ใช่สาระสำคัญของสัญญา และโจทก์สามารถตรวจสอบได้จากพนักงานที่ดินตามเอกสารหมาย จ.7 เมื่อโจทก์ทำการตรวจสอบแล้วปรากฏว่าที่ดินไม่ติดถนน ไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ เห็นว่าผู้ขายได้ตกลงกับโจทก์ไว้ว่าที่ดินที่จะขายอยู่ติดถนน เมื่อปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวมิได้อยู่ติดถนน ผู้ขายจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาที่ไม่สามารถจะส่งมอบที่ดินตามที่ตกลงจะขายให้โจทก์ได้ และโจทก์ผู้ซื้อได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว จำเลยทั้งสองเป็นทายาทของผู้ขายจึงต้องคืนเงินมัดจำและราคาที่ดินที่ได้รับไว้พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องในผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้