Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2977/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องโจทก์ระบุว่า ผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์มีเพียงคนเดียว คือจำเลยที่ 2ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าผู้ค้ำประกันมี 2 คนผู้ค้ำประกันคนแรกชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน11,120 บาท ผู้ค้ำประกันคนที่สองคือจำเลยที่ 2ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาทจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของโจทก์ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทาง ประจำเขตการเดินรถที่ 11 จำเลยที่ 2เป็น ผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ โดยยินยอมรับเงินในวงเงิน 30,000 บาท ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม 2524 ถึงวันที่ 4ธันวาคม 2526 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารประจำทางไปตามทางการที่จ้างได้ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ชนคนและรถของผู้อื่นได้รับความเสียหายรวม 3 ครั้ง โจทก์ได้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน105,150 บาท แทนจำเลยที่ 1 ไป จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้แก่โจทก์โจทก์ได้รับชดใช้จากผู้ค้ำประกันเป็นเงิน 11,200 บาท คงเหลือค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้แก่โจทก์ 93,950 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระแล้ว

จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 93,950 บาท โดยให้จำเลยที่ 2ชดใช้จำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองขาดนัดและขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 93,950 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 18,800 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินที่จำเลยแต่ละคนต้องรับผิดนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามคำฟ้องโจทก์แม้โจทก์มิได้บรรยายถึงผู้ค้ำประกันรายอื่นที่ได้ชดใช้หนี้สินตามสัญญาค้ำประกันแทนจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 11,200 บาท ไว้ก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้เบิกความถึงความข้อนี้ไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีผู้ค้ำประกัน 2 คน โดยผู้ค้ำประกันคนแรกซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องเป็นจำเลย ได้ชดใช้หนี้ตามสัญญาค้ำประกันครบถ้วนแล้วเป็นเงิน 11,120 บาท ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ได้ชดใช้หนี้สินบางส่วนแทนจำเลยที่ 1 มาบ้างแล้ว จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณา โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดในการทำงานของจำเลยที่ 1ต่อโจทก์ในวงเงิน 30,000 บาท

จำเลยที่ 1 ทำละเมิดในทางการที่จ้างทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย 3 ครั้ง คิดเป็นค่าเสียหายรวมเป็นเงิน105,150 บาท โจทก์ได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากผู้ค้ำประกันแล้วเป็นเงิน11,200 บาท จึงเหลือค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ให้แก่โจทก์อีก 93,950 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดโดยให้จำเลยที่ 2ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย เห็นได้ว่าผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์มีเพียงคนเดียว คือจำเลยที่ 2 ดังนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าผู้ค้ำประกันมี 2 คน ผู้ค้ำประกันคนแรกชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 11,120 บาท ผู้ค้ำประกันคนที่สองคือจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาท จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิมล สมานิตย์ · ปรีชา ธนานันท์ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15617/2558

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินเพิ่มของต้นเงินค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 101/2549 นั้น เมื่อปรากฏว่าวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13924/2558

โจทก์ฟ้องอ้างว่าในการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ผู้จัดการส่วนจะต้องกำหนดเป้าหมายของการทำงาน (KPI) และจะต้องให้พนักงานลงลายมือชื่อรับทราบตลอดจนมีโอกาสโต้แย้งดุลพินิจในการประเมิน อ. ผู้จัดการส่วนซ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้