คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนและมีคำสั่งแต่งตั้งให้นางสิตางศุ์ เป็นผู้แทนเฉพาะการหรือผู้แทนชั่วคราวของบริษัทปัญจคุณ จำกัด เพื่อดำเนินคดีกับนายสุวิทย์กับพวก
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องให้ตั้งผู้แทนเฉพาะการได้ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า การขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวของนิติบุคคลนั้นจะต้องเป็นกรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลว่างลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73 หรือผู้แทนนิติบุคคลไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามมาตรา 75 และหากปล่อยให้ตำแหน่งว่างไว้น่าจะทำให้เกิดความเสียหายในการดำเนินกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย กรณีตามคำร้องของผู้ร้องเป็นการขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะการเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่กรรมการของบริษัทเอง ซึ่งหากผู้ร้องในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดทางอาญาของบริษัทก็สามารถดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายได้อยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 ตามคำร้องจึงมิใช่กรณีที่กรรมการบริษัทว่างลงหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้อันจะทำให้เกิดความเสียหายแก่การดำเนินกิจการของบริษัท
ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้แทนเฉพาะการได้ และตามคำร้องมิใช่เป็นกรณีประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนนิติบุคคลในการอันใดที่จะทำให้ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 74 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.