Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 299/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อปี พ.ศ.2487 บ.ได้ยกที่ดินให้ จ.ผ. และโจทก์ที่ 3 โดยให้โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเก็บกิน ต่อมา พ.ศ.2510 จ.ยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้โจทก์ที่ 2 และใน พ.ศ.2513 ผ.ขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ที่ 1 ประมาณ พ.ศ.2505 จำเลยได้ทำรั้วรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โจทก์ทักท้วงจำเลยหยุดทำต่อมาเดือนพฤศจิกายน 2510 จำเลยทำรั้วขึ้นใหม่ต่อจากที่ทำไว้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์เนื้อที่พิพาทประมาณ 2 ตารางวา โจทก์ห้ามก็ไม่เชื่อฟังขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำจำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมาเกิน 10 ปีได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองแล้วศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าฝ่ายจำเลยได้ครอบครองที่พิพาท โดยปรปักษ์มาดังข้อต่อสู้หรือไม่ดังนี้ ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ได้ซื้อที่พิพาทเฉพาะส่วนของ ผ.มาโดยสุจริตและจดทะเบียนโดยสุจริต จำเลยจึงมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ที่ 1 ซื้อที่พิพาทเฉพาะส่วนดังกล่าวไว้โดยไม่สุจริต ประเด็นข้อพิพาทของคดีจึงมีประเด็นเดียวตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด และไม่มีประเด็นเรื่องโจทก์ที่ 1 ซื้อที่พิพาทเฉพาะส่วนของ ผ.ไว้โดยสุจริต และจดทะเบียนโดยสุจริตหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกข้อที่ไม่มีประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัย นอกฟ้องนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 แม้ศาลชั้นต้นจะหยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยก็ต้องถือว่าไม่มีประเด็นในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาคู่ความจะหยิบ ยกขึ้นเป็นประเด็นอุทธรณ์ฎีกาต่อมาหาได้ไม่ และแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาที่ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว (อ้างฎีกาที่ 1958/2511)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๗ นายบรรจงได้ยกที่ดินให้เด็กหญิงจิราภรณ์เด็กชายเผ่าศิริ และโจทก์ที่ ๓ โดยให้โจทก์ที่ ๒ มีสิทธิเก็บกินต่อมา พ.ศ.๒๕๑๐ นางสาวจิราภรณ์ยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้โจทก์ที่ ๒ และใน พ.ศ.๒๕๑๓ นายเผ่าศิริขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ที่ ๑ ประมาณ พ.ศ.๒๕๐๕ จำเลยได้ทำรั้วรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โจทก์ทักท้วง จำเลยหยุดทำ ต่อมาเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ จำเลยทำรั้วขึ้นใหม่ต่อจากที่ทำไว้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์เนื้อที่พิพาทประมาณ ๒ ตารางวา โจทก์ห้ามก็ไม่เชื่อฟัง ขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำ

จำเลยให้การว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมาเกิน ๑๐ ปี ได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองแล้ว ในวันชี้สองสถานจำเลยแถลงรับว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นจึงกะประเด็นว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์มาดังข้อต่อสู้หรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า ๑๐ ปีแล้วจึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ แต่เจ้าของร่วมกับโจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ได้โอนขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้โจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต นับแต่ได้รับโอนมาถึงวันฟ้องยังไม่ถึง ๑๐ ปี จำเลยจึงอ้างกรรมสิทธิ์ในที่พิพาททางครอบครองปรปักษ์ยันโจทก์ที่ ๑ ไม่ได้ พิพากษาว่าแนวเขตระหว่างที่ดินโจทก์จำเลยเป็นแนวตรง ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งที่รุกล้ำเป็นแนวโค้งเข้ามาในที่ดินโจทก์ออกไป ถ้าจำเลยไม่รื้อให้โจทก์รื้อถอนแล้วทำรั้วขึ้นใหม่ โดยจำเลยเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าโจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโดยมิได้มีการแบ่งแยกครอบครองเป็นส่วนสัด จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๙ และอยู่ในบังคับแห่งเงื่อนไขตามมาตรา ๓๐๒ เมื่อจำเลยครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว แม้โจทก์ที่ ๑ จะเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัวของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ แต่ลำพังไม่อาจฟ้องเรียกที่พิพาทคืนมาเพื่อประโยชน์ของโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ โดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ ได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์กล่าวอ้างเพียงว่า เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ จำเลยทำรั้วรุกล้ำเข้ามาโจทก์ทักท้วงจำเลยหยุดต่อมาเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ จำเลยทำรั้วขึ้นใหม่ต่อจากที่ทำไว้โจทก์ห้ามก็ไม่เชื่อฟังส่วนจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทมาเกิน ๑๐ ปี ได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองแล้วตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ที่ ๑ ได้ซื้อที่พิพาทเฉพาะส่วนของนายเผ่าศิริมาโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต จำเลยจึงมิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ที่ ๑ ซื้อที่พิพาทเฉพาะส่วนดังกล่าวไว้โดยไม่สุจริตตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลย ประเด็นข้อพิพาทของคดีจึงมีประเด็นเดียวตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า ฝ่ายจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์มาดังข้อต่อสู้หรือไม่เท่านั้น

การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกข้อที่ไม่มีประเด็นขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ เมื่อไม่มีประเด็นในเรื่องนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก็ต้องถือว่าไม่มีประเด็นในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา คู่ความจะหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นอุทธรณ์ฎีกาต่อมาหาได้ไม่ และแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ มาตรา ๑๓๕๙ และมาตรา ๓๐๒ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๕๘/๒๕๑๑ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยทำรั้วรุกล้ำเข้าไปโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็น เจ้าของเกินกว่า ๑๐ ปี จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยทางครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ แล้วโจกท์จึงต้องแพ้คดีตามประเด็นข้อพิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายประพันธ์ พยัคบุตร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้