Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2993/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ก็ตาม แต่ฎีกาของโจทก์ที่ว่าศาลอุทธรณ์นับอายุของผู้เสียหายคลาดเคลื่อน เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้น เป็นข้อกฎหมายจึงไม่ต้องห้ามฎีกา การข่มขืนกระทำชำเราผู้สืบสันดานอันจะต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 นั้น หมายถึงการกระทำแก่ผู้สืบสันดานในทางสืบสายโลหิตโดยแท้จริง เพราะบทกฎหมายมาตรานี้ไม่ได้มุ่งลงโทษหนักขึ้นเฉพาะการกระทำแก่บุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น จึงใช้คำว่า 'กระทำแก่ผู้สืบสันดาน' ดังนั้น การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้สืบสายโลหิตโดยตรงลงมา แม้ผู้นั้นจะมิใช่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลยก็ตาม ก็ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำต่อผู้สืบสันดานตามความหมายของ มาตรา 285 นี้แล้ว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงจันทิมาซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๗, ๒๘๕ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๐

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงจันทิมาผู้เสียหายจริงตามฟ้อง แต่เด็กหญิงจันทิมาไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยจึงลงโทษตามมาตรา ๒๘๕ ไม่ได้ และขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุเกิน ๑๓ ปีแล้วจึงนำบทบัญญัติมาตรา ๒๗๗ มาลงโทษไม่ได้ พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ลงโทษจำคุกจำเลย ๔ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาประการแรกว่าข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เสียหายเกิดวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๑๔ เมื่อนับถึงวันเกิดเหตุคือก่อนวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๒๗ ผู้เสียหายจึงมีอายุยังไม่เกิน ๑๓ปี ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมีอายุกว่า ๑๓ ปี จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนโดยนับอายุของผู้เสียหายคลาดเคลื่อนนั้น ข้อนี้เห็นว่า แม้ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗จะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๐ เพราะศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องในความผิดตามกฎหมายมาตราดังกล่าวก็ตาม แต่ฎีกาของโจทก์ที่ว่าศาลอุทธรณ์นับอายุของผู้เสียหายคลาดเคลื่อนเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้น เป็นข้อกฎหมาย

ไม่ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว และศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหานี้ข้อเท็จจริงคงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่าผู้เสียหายเกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๑๔ เมื่อนับถึงวันกระทำความผิดก่อนวันที่๑๓ เมษายน ๒๕๒๗ ผู้เสียหายจึงอายุยังไม่เกิน ๑๓ ปี ดังนั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก

โจทก์ฎีกาประการต่อมาว่า การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายถือว่าเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน อันจะทำให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ ในปัญหานี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่าผู้เสียหายเป็นบุตรของจำเลยซึ่งเกิดแต่นางมาลินนาจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากับนางมาลินนาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน ๔ คน เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ มุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดให้หนักขึ้น เพราะเหตุที่ได้กระทำแก่ผู้สืบสายโลหิตของตนลงมา ดังนั้นกฎหมายจึงใช้คำว่า'กระทำแก่ผู้สืบสันดาน' ซึ่งแสดงว่าบทกฎหมายมาตรานี้ไม่ได้มุ่งลงโทษหนักขึ้นเฉพาะการกระทำแก่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น แต่หมายถึงการกระทำแก่ผู้สืบสันดานในทางสืบสายโลหิตโดยแท้จริง

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บุพการีกับผู้สืบสันดานเป็นความสัมพันธ์ทางสายโลหิต จึงต้องถือตามความเป็นจริง กรณีนี้มิใช่มุ่งหมายถึงความสัมพันธ์ในทางครอบครัวตามหลักกฎหมายแพ่ง หาชอบที่จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ในการตีความคำว่าผู้สืบสันดานในทางอาญาไม่ การที่จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สืบสายโลหิตโดยตรงลงมา แม้ผู้เสียหายจะมิใช่เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยก็ตาม ก็ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำต่อผู้สืบสันดานตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ แล้วจำเลยจะต้องได้รับโทษหนักขึ้นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๒๘๕ ให้ลงโทษจำคุก ๑๒ ปี.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้