Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 29993)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นายจ้างประสบปัญหาขาดทุน จำเป็นต้องยุบหน่วยงานที่ขาดทุนและเลิกจ้างลูกจ้างที่ประจำอยู่หน่วยงานนั้น การเลิกจ้างดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับฐานะทางเศรษฐกิจและความอยู่รอดของนายจ้างเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร มิใช่การกลั่นแกล้ง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้างแม้สัญญาจ้างแรงงานจะระบุว่า นายจ้างมีสิทธิเลิกสัญญาได้ทุกขณะโดยลูกจ้างไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ ก็ตาม แต่ค่าชดเชยค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างจึงมิใช่ค่าเสียหายใด ๆ ตามสัญญาจ้าง เมื่อนายจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดและไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะไม่ต้องจ่าย นายจ้างจะอ้างสัญญาจ้างมาเป็นข้อยกเว้นที่จะไม่จ่ายเงินดังกล่าวแก่ลูกจ้างหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 582 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำโดยไม่เป็นธรรมไม่จ่ายค่าชดเชย ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่ากิจการของจำเลยขาดทุน จึงต้องยุบหน่วยงานและเลิกจ้างโจทก์ จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำเลยมีสิทธิตามสัญญาที่จะเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า

เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเนื่องจากจำเลยประสบปัญหาขาดทุนจำเป็นต้องยุบหน่วยงานสถานีกันตังที่โจทก์ทั้งสามประจำทำงานอยู่ เห็นว่าการเลิกจ้างโจทก์ดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับฐานะทางเศรษฐกิจและความอยู่รอดของจำเลยผู้เป็นนายจ้าง เป็นกรณีมีเหตุสมควร มิใช่เป็นการกลั่นแกล้ง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาจ้างแรงงานระบุว่า นายจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาได้ทุกขณะในเมื่อจำเลยหมดความจำเป็นต้องจ้างหรือบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีเช่นนี้ลูกจ้างไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ค่าชดเชยค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินที่โจทก์ทั้งสามมีสิทธิจะได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 มิใช่เป็นค่าเสียหายใด ๆ ตามสัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งได้จำกัดสิทธิของลูกจ้างในอันที่จะเรียกร้องจากนายจ้างดังกล่าวเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว จำเลยจะอ้างสัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยนั้นมาเป็นข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์หาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4030/2561

แม้จำเลยที่ 1 มีอำนาจยุบรวมแผนกการเงินและแผนกบัญชีเข้าด้วยกันเป็นแผนกการเงินและบัญชีตามมติของคณะกรรมการบริหารของจำเลยที่ 1 เพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับเกี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13524/2557

โจทก์เป็นพนักงานการเงินของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ดำเนินการนำเงินค่าไฟฟ้าที่เก็บมาได้ฝากเข้าบัญชีของจำเลยในธนาคารด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8570/2548

แม้ศาลแรงงานจะฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (3) แต่เมื่อจำเลยมิได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้ในหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5026/2548

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ใช้ตำแหน่งหน้าที่พิจารณาอนุมัติการยืมทรัพย์สินที่ไม่สามารถยืมได้ เพราะเป็นทรัพย์สินประเภทยืมใช้สิ้นเปลืองออกนอกบริเวณโรงงาน แต่จำเลยไม่ได้นำระเบียบข้อบังคับมาแสดง ทั้ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้