Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 30120)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหายเป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช้ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีที่ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่ให้จำเลยสืบแก้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมายเพราะในปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องจำเลยทุกสำนวนในทำนองเดียวกันว่า จำเลยแต่ละสำนวนได้ปลูกสร้างดัดแปลงอาคารตึกแถว โดยต่อเติมขยายพื้นที่ด้านหลังอาคารตึกแถวชั้นล่างของจำเลยแต่ละห้องเป็นเพิงลาดมีหลังคากว้าง 3 เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายและการดัดแปลงต่อเติมอาคารของจำเลยแต่ละสำนวนดังกล่าวได้บุกรุกเข้าไปในโฉนดที่ดินของโจทก์ร่วมเพื่อถือการครอบครองที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำนั้นทั้งหมดและเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (3) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479ฯลฯ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดฐานบุกรุกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (3) จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 มีความผิดลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 มาตรา 6, 11 ฯลฯโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 6 ฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจำเลยทั้ง 7 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับจำเลยที่ 7 และยกฟ้องในข้อหาบุกรุกสำหรับจำเลยทุกคนโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 7 ในข้อหาดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดในข้อหาบุกรุกโจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดฐานบุกรุกจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกาขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้น การกระทำผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้องในปัญหาว่าจำเลยที่ 7 มีความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 7 มิได้ดัดแปลงต่อเติมอาคารจำเลยที่ 7 จึงไม่มีความผิดปัญหาว่าฟ้องโจทก์ในข้อหาดัดแปลงต่อเติมอาคารสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ขาดอายุความหรือไม่นั้น ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน

การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ว่าตามฟ้องของโจทก์คดีของโจทก์ ไม่ขาดอายุความจำเลยมิได้นำสืบให้ปรากฏว่าได้มีการต่อเติมอาคารเมื่อไร จึงยังไม่พอฟังว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา จึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะฟังตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่มาให้จำเลยสืบแก้ตัว เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมาย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงใหม่ แล้วฟังว่าคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ในความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารขาดอายุความ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ขาดเจตนาบุกรุกจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ทราบดีว่าที่ดินพิพาทหลังตึกแถวเป็นของโจทก์ร่วมเพราะจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ซื้อที่ดินจากโจทก์ร่วมโดยตรง การที่จำเลยทั้งสามต่อเพิงเป็นลักษณะถาวรออกไปในที่พิพาทย่อมเป็นเจตนาเพื่อถือการครอบครองที่ดินบริเวณที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำทั้งหมดเป็นของจำเลยทั้งสาม จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3)

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365 (3) แต่ให้ยกฟ้องในข้อหาดัดแปลงหรือต่อเติมอาคาร

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุม · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 102531)

การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 661629)

คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ยื่นฎีกาทั้งปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ อ. ร. ส. ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้