คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา ๒๕ ปีแล้ว จำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอาที่พิพาทไป โจทก์ได้ร้องคัดค้านไว้ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา โจทก์เพิ่งเข้ามาทำประโยชน์ในที่พิพาท คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔, ๑๓๗๕ ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองตลอดมา วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของโจทก์ผู้มีสิทธิครอบครอง และโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองตลอดมา การที่จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และได้นำเจ้าหน้าที่ไปรังวัดที่ดินพิพาทกับนำหลักซีเมนต์ไปปักไว้เป็นแนวเขตที่ดินพิพาท หาใช่เป็นการเข้าแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทไม่ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์เท่านั้นดังนี้ ข้ออ้างการแย่งสิทธิครอบครองของจำเลยย่อมจะยังไม่เกิดขึ้น จะนำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔, ๑๓๗๕ มาบังคับแก่คดีหาได้ไม่
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน