Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3023/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า งานที่โจทก์ทำเป็นงานตามโครงการและสัญญาจ้างที่โจทก์ทำไว้กับจำเลย ได้กำหนดวันสิ้นสุดของการจ้างไว้ตั้งแต่วันทำสัญญา โจทก์อุทธรณ์ว่างานที่จำเลยจ้างเป็นงานตามสัญญาจ้างทำของไม่ใช่งานตามโครงการ สัญญาจ้างโจทก์ไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดของการจ้างไว้ จำเลยมากรอกวันสิ้นสุดของการจ้างในภายหลังเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมา เป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ทั้งสามทำงานเป็นลูกจ้างในตำแหน่งหัวหน้าผู้ควบคุมคลังพัสดุ ช่างเชื่อมและผู้ช่วยช่าง ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 756.66 บาท593.33 บาท และ 159 บาท โดยรวมเบี้ยเลี้ยงที่โจทก์ทั้งสามได้เดือนละ 2,000 บาท 1,000 บาท และ 500 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยไม่มีความผิด โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายเป็นเวลา 90 วัน ของอัตราค่าจ้างสุดท้ายเป็นเงิน68,099.40 บาท 53,399.70 บาท และ 14,310 บาท โจทก์ทั้งสามทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน จำเลยมิได้กำหนดล่วงหน้าให้โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากจำนวน 9 วัน 9 วัน และ 6 วัน เป็นเงิน 6,809.94 บาท 5,339.97 บาทและ 954 บาท

ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 90 วัน เป็นเงิน68,099.40 บาท จำนวน 9 วัน เป็นเงิน 6,809.94 บาท โจทก์ที่ 2จำนวน 90 วัน เป็นเงิน 53,399.70 บาท จำนวน 9 วัน เป็นเงิน5,339.97 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 90 วัน เป็นเงิน 14,310 บาทจำนวน 6 วัน เป็นเงิน 954 บาทจำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ทั้งสามและส่งไปทำงานที่บริษัทมิตซูบิชิคอปอเรชั่น จำกัด ซึ่งรับเหมาก่อสร้างอาคารโครงงานและติดตั้งเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าของโรงงานไฟฟ้าพลังความร้อน อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรามีกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดในการจ้างโจทก์ทั้งสามไว้ งานดังกล่าวเป็นการจ้างครั้งคราวและเป็นงานตามโครงการ

จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยไม่ได้ตกลงกับโจทก์ทั้งสามว่าให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีและมิได้มีข้อตกลงว่าเมื่อโจทก์มิได้หยุดพักผ่อนประจำปีจะต้องจ่ายค่าจ้างแทน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า วันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่ว่านายจ้างจะตกลงกับลูกจ้างหรือไม่ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 10 ให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดได้ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงานเป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสามตามกฎมาย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยไม่มีความผิดตามข้อ 47 ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับตามข้อ 10 และข้อ 32ซึ่งระบุไว้ในข้อ 45 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและงานที่โจทก์ทั้งสามทำเป็นงานโครงการมีกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของการจ้างไว้ในสัญญาจ้างแรงงาน เข้าข้อยกเว้นตามความในข้อ 46 วรรคท้าย แห่งประกาศกระทรวงหมาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสาม

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 6,809.94 บาทโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 5,339.97 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 780 บาทโจทก์ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่างานที่จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสามเป็นงานตามสัญญาจ้างทำของไม่ใช่งานตามโครงการ และการที่จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ทั้งสามเดิมไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดของการจ้างไว้ในสัญญา จำเลยมากรอกวันสิ้นสุดของการจ้างในสัญญาเองในภายหลังนั้น เห็นว่า เรื่องนี้ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาทั้งพยานหลักฐานของโจทก์และพยานหลักฐานของจำเลยซึ่งได้นำสืบกันมาในคดีแล้วเชื่อว่า งานที่โจทก์ทั้งสามทำเป็นงานตามโครงงานและเชื่อว่าสัญญาจ้างที่โจทก์ทั้งสามทำไว้กับจำเลยตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 นั้น ได้กำหนดวันสิ้นสุดของการจ้างไว้ตั้งแต่วันทำสัญญา อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามดังกล่าวจึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสาม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ สุทธิประภา · ปรีชา ธนานันท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้