Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตำรวจตรวจค้นได้เครื่องรับส่งวิทยุและเครื่องอุปกรณ์ อยู่บนบ้าน ขณะค้นเจ้าของบ้านไม่อยู่ คงอยู่แต่ภรรยาเจ้าของบ้านโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแต่อย่างใดเลยว่า ภรรยาเจ้าของบ้านได้เกี่ยวข้องกับวิทยุของกลาง นอกจากคำของภรรยายเจ้าของบ้านเองว่ามีคนอื่นมาเช่าห้องเล็กชั้นบนนั้น โดยบอกว่าได้พูดตกลงกับสามีแล้ว แล้วก็ชนของกลางมา รูปคดีเพียงเท่านี้จะเอาผิดแก่ภรรยาฐานมีวิทยุของกลางไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63 ป.วิ.อ. มาตรา 227

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันมีเครื่องรับส่งวิทยุ และส่วนประกอบตามบัญชีท้ายฟ้องไว้ ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามพ.ร.บ. วิทยุสิ่งสาร พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๕,๑๔,๑๗,๑๘ พ.ร.บ.วิทยุสื่อสาร พ.ศ.๒๔๙๑ มาตรา ๔ ปรับ ๑๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่พอฟังลงโทษได้ ให้ยกฟ้องของกลางริบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ปล่อยจำเลยที่ ๑ ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงปรากฎว่า นายเซี้ยสามีจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของบ้าน เมื่อตำรวจไปจับนายเซี้ยวไม่อยู่ในบ้านขณะนั้น ตำรวจจึงได้จำเลยที่ ๑ ผู้เป็นภรรยาของนายเซี้ยวมา โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแต่อย่างใดเลยว่า จำเลยที่ ๑ ได้เกี่ยวข้องกับวิทยุของกลางนั้นนอกจากคำของจำเลยที่ ๑ เองว่ามีชายจีนผู้หนึ่งมาเช่าห้องเล็กชั้นบนนั้น โดยบอกว่าได้พูดตกลงกับนายเซี้ยวผู้สามีแล้ว แล้วก็ขนของกลางมา รูปคดีเพียงเท่านี้จะเอาผิดแก่ภรรยาฐานมีวิทยุของกลางนั้นไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตยังไม่ได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · นาถปรีชา
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายชลัม รุทระวณิช
ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2498

ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงอย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้นโจทก์มีพยานแวดล้อมว่า "ก่อนเกิดเหตุครึ่งเดือนผู้ตายชกนายใบจำเลยเรื่องแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้