Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3035/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำให้การจำเลยไม่มีประเด็นเรื่องจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินพิพาทของโจทก์แล้วหรือไม่ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินพิพาทเป็นการโต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์แล้วโจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน1ปีจึงเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้และนอกเหนือจากประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 66 หมู่ที่ 7 ตำบลแหลมบัวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 5 ตารางวาโดยโจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของร่วมกับบุคคลอื่นอีก 6 คน จำเลยปลูกบ้าน2 หลัง ในที่ดินดังกล่าว คือ บ้านเลขที่ 13 กับบ้านอีกหลังหนึ่งไม่มีเลขที่โดยจำเลยขออาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าวจากเจ้าของที่ดินเดินมานานประมาณ 30 ปีแล้ว ต่อมาเมื่อโจทก์เป็นเจ้าของจึงให้จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินเป็นเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวาต่อมาโจทก์กับพวกซึ่งเป็นเจ้าของประสงค์จะรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดินและแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวม จำเลยคัดค้านการรังวัดที่ดินอ้างว่าโจทก์กับพวกรังวัดที่ดินรุกล้ำที่ดินของจำเลยทำให้โจทก์กับพวกเสียหาย

ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ในที่ดินอีกต่อไปจึงบอกกล่าวขับไล่ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินดังกล่าวแต่จำเลยเพิกเฉย การที่จำเลยขัดขวางการรังวัดที่ดินทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถออกโฉนดที่ดินและแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ได้กับต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดินไปมากขอเรียกค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน 10,000 บาท และการที่จำเลยไม่ยอมรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินทำให้โจทก์เสียหายไม่อาจใช้ประโยชน์ในที่ดิน ขอเรียกค่าเสียหายส่วนนี้เดือนละ 2,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ขอให้บังคับจำเลยมิให้ขัดขวางการรังวัดที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 66ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ให้ขับไล่จำเลยและบริวารโดยรื้อถอนบ้านของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 10,000 บาท และเดือนละ 2,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เช่าที่ดินของโจทก์ สัญญาเช่าตามฟ้องเป็นเอกสารปลอม ที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยครอบครองเป็นที่สาธารณประโยชน์จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเองต่อจากนางเรียน ไม่ทราบนามสกุล เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 33 ปีเศษแล้ว โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิในที่ดินพิพาทได้ดีกว่าจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 13 กับบ้านไม่มีเลขที่อีกหนึ่งหลัง ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลแหลมบัวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ออกไปจากที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จล.1 ห้ามจำเลยขัดขวางการรังวัดที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)

เลขที่ 66 ตำบลแหลมบัวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 6,000 บาท กับให้ใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 100 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านออกไปเสร็จสิ้นจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า โจทก์ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองเพราะไม่ได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่ถูกจำเลยแย่งการครอบครองเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำให้การของจำเลยหรือไม่นั้น เห็นว่า

คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยปลูกบ้านอยู่ในเขตที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 66ที่โจทก์เป็นเจ้าของร่วม โดยจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์กับพวกมีกำหนดระยะเวลาการเช่า 1 ปี เมื่อวันที่23 พฤษภาคม 2529 ต่อมากลางปี 2530 โจทก์ยื่นคำขอรังวัดที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 66 ดังกล่าวเพื่อออกโฉนดที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดินได้มาทำการรังวัด แต่ไม่สามารถรังวัดได้เพราะจำเลยคัดค้าน หลังจากนั้นโจทก์ได้ยื่นเรื่องขอรังวัดที่ดินดังกล่าวอีกหลายครั้งแต่จำเลยคัดค้าน จึงไม่สามารถทำการรังวัดที่ดินดังกล่าวได้ขอให้บังคับจำเลยมิให้ขัดขวางการรังวัดที่ดินและขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านของจำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์

จำเลยให้การเพียงว่า จำเลยไม่ได้เช่าที่ดินโจทก์สัญญาเช่าที่ดินท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอม จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา มา 33 ปีเศษ โดยจำเลยครอบครองต่อจากนางเรียนไม่ทราบนามสกุล ที่ดินที่จำเลยครอบครองตามฟ้องโจทก์เป็นที่สาธารณประโยชน์จำเลยได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวเพื่อตนเองจำเลยไม่ได้อาศัยที่ดินโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจรังวัดเข้ามาในที่ดินที่จำเลยครอบครอง ดังนี้ตามคำให้การจึงไม่มีประเด็นเรื่องจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินพิพาทของโจทก์แล้วหรือไม่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินพิพาทเป็นการโต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์แล้ว โจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี จึงเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้และนอกเหนือจากประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี

ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดังกล่าว ไม่ชอบ ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสัญญาเช่าครบกำหนดแล้วจำเลยจึงไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ส่วนประเด็นในเรื่องค่าเสียหายนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังมิได้วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนเห็นว่าการที่จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์โดยไม่มีสิทธิจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน6,000 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านออกไปเสร็จสิ้น จึงเหมาะสมแก่รูปคดีแล้วศาลอุทธรณ์กลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8867/2554

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยพูดชักชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมประเวณีกับ อ. แต่พิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด โจทก์อุทธรณ์ จำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้พูดชัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2554

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดายกให้และจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ส่วนผู้ร้องสอดร้องสอดว่า ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะบิดายกให้ ผู้ร้องสอดทำประโยชน์ตลอดมาและแบ่งท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้