Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองออกโฉนดที่ดินพิพาททับเขตที่ดินพระราชนิเวศน์มฤคทายวันซึ่งเป็นที่หลวงไม่อาจออกโฉนดให้บุคคลใดได้ และจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสาม จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสาม เนื่องจากทำให้โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับประโยชน์จากที่ดินพิพาท จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสามจำเลยทั้งสองในฐานะผู้บังคับบัญชาของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 76 ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.ที่ดิน มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานของจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำโดยประมาทเลินเล่อออกโฉนดที่ดินรวม 3 โฉนด ให้แก่นายตอม เศรษฐบุตรทับที่หลวง และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามโฉนดให้โจทก์ทั้งสามตามสัญญาซื้อขาย อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อมาจำเลยที่ 1 ได้มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว ทำให้โจทก์ทั้งสามเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน22,609,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม

จำเลยทั้งสองให้การว่า เจ้าพนักงานของจำเลยทั้งสองได้ออกโฉนดที่ดินตามฟ้องโดยปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ มิได้จงใจฝ่าฝืนกฎหมายหรือประมาทเลินเล่อ การกระทำของเจ้าพนักงานจำเลยทั้งสองจึงมิได้ละเมิดต่อโจทก์ทั้งสาม ค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสามเรียกมาสูงเกินกว่าเหตุขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2500นายชาติ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีในขชณะนั้นซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดของจำเลยที่ 2 และนายภุชงค์ สุวรรณจูฑะ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีในขณะนั้นซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดของจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันออกโฉนดที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้แก่นายตอม เศรษฐบุตร และเมื่อวันที่ 7กุมภาพันธ์ 2510 นายฉัตร โรจนราธา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีในขณะนั้นซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงจากนายตอมให้แก่โจทก์ทั้งสาม

ต่อมาปรากฏว่าโฉนดที่ดินพิพาททั้งสามแปลงออกทับเขตที่ดินพระราชนิเวศน์มฤคทายวันอันเป็นที่หลวงจำเลยที่ 1 มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้งสามแปลง คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า นายชาติกับนายภุชงค์ออกโฉนดที่ดินพิพาทและนายฉัตรจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยประมาทเลินเล่ออันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสามหรือไม่ และจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองออกโฉนดที่ดินพิพาททับเขตที่ดินพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสาม จึงเป็นการกระทำโดยความประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสาม เนื่องจากทำให้โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับประโยชน์จากที่พิพาท จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสามจำเลยทั้งสองในฐานะผู้บังคับบัญชาของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิด ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสาม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ทั้งสามฟังขึ้นสำหรับความเสียหายของโจทก์ทั้งสามนั้น โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ทั้งสามอาจขายที่ดินพิพาทได้ในขณะถูกเพิกถอนไร่ละไม่น้อยกว่า200,000 บาท ตามสัญญาซื้อขายที่ดินใกล้เคียงเอกสารหมาย

จ.10 นั้นเห็นว่า ไม่ปรากฏว่าที่ดินตามเอกสารหมาย จ.10 มีเนื้อที่เท่าใดอยู่ใกล้ไกลจากที่ดินพิพาทเท่าใด จึงยังฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทมีราคาตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ส่วนจำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงมีราคาประเมินของทางราชการในช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2525-2527 รวมกันเป็นเงิน 3,030,300 บาท ตามเอกสารหมายล.13 ราคาประเมินดังกล่าวมิได้ใช้กับที่ดินพิพาทเท่านั้น แต่ใช้กับที่ดินแปลงอื่นในบริเวณใกล้เคียงด้วย จึงเห็นควรกำหนดให้โจทก์ทั้งสามได้รับชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินตามราคาประเมินของทางราชการ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ขอมาคือวันที่ 18 พฤษภาคม 2526 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนโฉนด ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 3,030,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 18 พฤษภาคม2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5129/2546

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา ได้สั่งให้นักเรียนชั้น ม.1 วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนวิชาพลศึกษาในภาคปฏิบัติ และได้สั่งให้นักเรียนวิ่งร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3883/2546

ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง พระเทพปัญญามุนีไม่ใช่ผู้แทนของวัดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพระลูกวัดและมีพรรษาอาวุโสสูงสุดของวัดจำเลยที่ 1 จึงต้องทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสคำฟ้องโจทก์ที่ระบุว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2540

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 23 และที่ 25 ถึงที่ 29 เป็นกรรมการดำเนินการของโจทก์ ซึ่งตามรายงานการประชุม ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ได้ลงมติให้จ่ายเงินกู้แก่สมาชิกเป็นเช็คขีดคร่อมเป็นรายตัวเพียงแต่ที่ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2540

จำเลยที่2เป็นสารวัตรใหญ่และจำเลยที่3เป็นพนักงานสอบสวนคนทั้งสองต่างเป็นข้าราชการในสังกัดของกรมตำรวจจำเลยที่1การที่จำเลยที่2และที่3ยึดรถยนต์พิพาทของโจทก์เป็นของกลางเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งตามระเบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้