Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 305/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนคดีอื่นเข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายส.ฝ่ายเดียวโดยจำเลยเข้าไปรัดคอส. จำเลยที่ 2 ที่ 1เข้าไปใช้ขวดน้ำอัดลมตีศีรษะและต่อยส.ส.ซึ่งอยู่ในสภาพที่ถูกรัดคอและถูกทำร้ายเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงจากถูกทำร้ายได้ ดังนั้นการที่ ส. ใช้อาวุธปืนที่ติดตัวมายิงถูกจำเลยและพลาดไปถูกบุคคลซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุถึงแก่ความตาย และได้รับบาดเจ็บนั้น เป็นเรื่องที่ ส. กระทำไปเพื่อให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายของจำเลยกับพวกโดย ส. ไม่มีเจตนาหรือสมัครใจที่จะเข้าต่อสู้ทำร้ายร่างกายจำเลยกับพวก การกระทำของจำเลยกับพวกและ ส.ไม่เป็นความผิดฐานเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้กันเป็นเหตุให้คนตาย และได้รับอันตรายสาหัส

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่2609/2532 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ ฎีกา คงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลย กับจำเลยที่ 1 ที่ 2ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2609/2532 ของศาลชั้นต้น และพวกที่หลบหนี 1 คน ฝ่ายหนึ่งกับพวกที่หลบหนี 1 คน อีกฝ่ายหนึ่งเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป เป็นเหตุให้นายอุทัย เอี่ยมทิพย์ ถึงแก่ความตาย นายกลั่น หนูสิทธิ์ และจำเลยได้รับอันตรายสาหัสเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาและจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294, 299ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 294 และ 299 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก1 ปี 6 เดือน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2609/2532 ของศาลชั้นต้นฝ่ายหนึ่ง กับนายสำรวยอีกฝ่ายหนึ่ง ได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 และ 299 นั้น การต่อสู้ในมาตราดังกล่าวย่อมหมายความถึงการที่บุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไปมีเจตนาหรือสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงตามที่ฟังได้ความมาแล้วข้างต้นนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2609/2532เข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายนายสำรวยแต่ฝ่ายเดียว โดยจำเลยเข้าไปรัดคอนายสำรวย

จำเลยที่ 2 และที่ 1 ของคดีดังกล่าวเข้าไปใช้ขวดน้ำอัดลมตีศีรษะและต่อยนายสำรวย นายสำรวยซึ่งอยู่ในสภาพที่ถูกรัดคอและถูกทำร้ายเช่นนี้ย่อมไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงจากการถูกทำร้ายได้ ดังนั้น การที่นายสำรวยใช้อาวุธปืนติดตัวมายิงถูกจำเลยและพลาดไปถูกบุคคลซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บนั้น เป็นพฤติการณ์ที่นายสำรวยกระทำไปเพื่อให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายของจำเลยกับพวก โดยนายสำรวยไม่มีเจตนาหรือสมัครใจที่จะเข้าต่อสู้ทำร้ายร่างกายจำเลยกับพวก การกระทำของจำเลยกับพวกและนายสำรวยจึงไม่เป็นความผิดฐานเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้กันตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นและเนื่องจากการกระทำของจำเลยในคดีนี้ไม่เป็นความผิดเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่ 2ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2609/2534 ของศาลชั้นต้นที่มิได้ฎีกาได้ด้วยพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์คดีนี้ และคดีอาญาหมายเลขแดงที่2609/2532 ของศาลชั้นต้น"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14232/2558

กรณีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 294 และ 299 นั้น ต้องเป็นการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และมีบุคคลถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัสโดยไม่ทราบว่าผู้ใดหรือผู้ใดร่วมกับใครกระทำจนถึงแก่ความตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2517

จำเลยที่ 1 กับที่ 2 เคยมีเรื่องชกต่อยกันวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2,3 กับพวกไปคอยทีอยู่ พอจำเลยที่ 1 เดินผ่านมา จำเลยที่ 2,3 ยิงจำเลยที่ 1 ราว 4,5 นัด จำเลยที่ 1 วิ่งหนีจำเลยที่ 2, 3 ยังยิงมาทางจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 520/2483

การที่จำเลยพูดห้ามพวกเจ้าทรัพย์มิให้ติดตามและชักมีดออกมาถือไว้นั้นถือว่าเป็นการขู่เข็ญจะทำร้ายอันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์จำเลยคนหนึ่งขู่เข็ญพวกเจ้าทรัพย์และจำเลยอีกคน หนึ่งจูงกระบือไปโดยความรู้เห็นของจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2482

ความผิดตาม ม.299 นั้นไม่จำเป็นต้องประกอบด้วยเหตุฉกรรจืตาม ม.293 และ 294 ทั้งสองอย่าง แต่เพียงอย่างหนึ่งอย่างใดที่ระบุไว้ ใน ม.293และ299 แต่อย่างเดียวก็ลงโทษได้อ้างฎีกาที่ 790/2477 จำเลยมีมีดกระทำการชิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2481

ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์จำคุก 1 ปีดังนี้เปนแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้