Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3056/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานบริหารของจำเลยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือระดับต้นระดับกลางและระดับสูง ทุกระดับต้องมีรถยนต์ใช้ในการทำงานให้จำเลย จำเลยช่วยเหลือในเรื่องนี้คือ ระดับต้นให้เงินกู้ซื้อรถยนต์ ระดับกลางเช่นโจทก์ให้เงินค่าระดับบริหารเป็นการจ่ายเหมาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเรื่องของรถยนต์ทั้งหมด โดยจ่ายให้เป็นการประจำและมีจำนวนแน่นอน หากเดินทางโดยเครื่องบินหรือรถไฟก็สามารถเบิกจากจำเลยได้ตามระเบียบเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ส่วนระดับสูงจำเลยจัดรถยนต์ประจำตำแหน่งให้โดยไม่จ่ายเงินค่าระดับบริหารให้อีกดังนั้นประโยชน์ของพนักงานบริหารระดับต้นและระดับสูงที่ได้รับไม่เป็นตัวเงินที่จะนำมาเป็นฐานคำนวณสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับตามกฎหมายแรงงานได้จึงเป็นเรื่องของสวัสดิการอย่างแน่ชัด ส่วนประโยชน์ที่พนักงานบริหารระดับกลางจะได้รับเป็นตัวเงินเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์นั้น ถือได้ว่าเป็นค่าช่วยเหลือหรือเป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการใช้รถยนต์เพื่อทำงานให้จำเลย ไม่ใช่เงินตอบแทนการทำงานโดยตรง แต่เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งจ่ายให้ตามลำดับความสำคัญของตำแหน่ง หากถือเป็นค่าตอบแทนในการทำงานแล้วพนักงานบริหารระดับต้นและระดับสูงย่อมจะเสียเปรียบระดับกลางเงินค่าระดับบริหารที่โจทก์ได้รับจึงไม่ใช่ค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน ไม่อาจนำมารวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณเป็นค่าชดเชยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ค่าจ้างเดือนละ 55,510 บาทกับเงินระดับบริหารอีกเดือนละ 9,800 บาท ซึ่งเป็นเงินตอบแทนการทำงาน จึงถือว่าเงินส่วนนี้เป็นค่าจ้าง ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุจำเลยจ่ายค่าชดเชยเงินบำเหน็จและเงินรางวัลให้โจทก์แล้วแต่ยังไม่ถูกต้องเพราะจำเลยมิได้นำเงินค่าระดับบริหารมาเป็นฐานในการคำนวณ ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินบำเหน็จและเงินรางวัลที่ขาดจำเลยให้การว่าเงินค่าระดับบริหารเป็นเงินสวัสดิการที่จำเลยจ่ายให้เฉพาะพนักงานบริหารระดับกลางเท่านั้น เพื่อช่วยเหลือค่าซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์แทนการที่จำเลยเคยจัดหารถยนต์ให้โจทก์ใช้ในการติดต่อธุรกิจให้จำเลย จำเลยไม่ได้จ่ายให้ตลอดไป

ถ้าโจทก์เลื่อนตำแหน่งในระดับสูงขึ้นไปอีก ก็จะไม่ได้รับสวัสดิการนี้ต่อไป เงินค่าระดับบริหารจึงมิใช่ค่าจ้างศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเงินค่าระดับบริหารเป็นค่าจ้างต้องนำมาคำนวณค่าชดเชย แต่ไม่ใช่เงินเดือนจะนำมาคำนวณเงินบำเหน็จและเงินรางวัล พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เงินค่าระดับบริหารเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เพื่อให้โจทก์นำไปซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์เป็นของตนเองเพื่อใช้ในงานของบริษัทและเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ในการทำงานให้จำเลยถ้าหากโจทก์เดินทางโดยเครื่องบินหรือรถไฟ โจทก์ก็สามารถเบิกจากจำเลยได้ตามระเบียบเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก

เงินค่าระดับบริหารดังกล่าวจำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นการประจำและมีจำนวนแน่นอนในลักษณะเหมาจ่ายโดยไม่จำต้องนำใบเสร็จหรือหลักฐานใด ๆ มาแสดงประกอบการจ่าย พนักงานบริหารของจำเลยแบ่งออกเป็น3 ระดับ คือ ระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง ทุกระดับต้องมีรถยนต์ใช้ในการทำงานให้จำเลย จำเลยช่วยเหลือโดยพนักงานบริหารระดับต้นให้เงินกู้ซื้อรถยนต์ ระดับกลางให้เงินค่าระดับบริหารระดับสูงจำเลยจัดรถยนต์ประจำตำแหน่งให้โดยไม่จ่ายเงินค่าระดับบริหารให้อีก สำหรับพนักงานบริหารระดับต้นและระดับสูงประโยชน์ที่ได้รับไม่เป็นตัวเงินที่จะนำมาเป็นฐานคำนวณสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับตามกฎหมายแรงงานได้เป็นเรื่องของสวัสดิการอย่างแน่ชัด ส่วนประโยชน์ที่พนักงานบริหารระดับกลางได้รับเป็นตัวเงินเพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์เห็นได้ว่าเป็นค่าช่วยเหลือหรือเป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับรถยนต์เพื่อทำงานให้จำเลย

ไม่ใช่เงินตอบแทนการทำงานโดยตรง แต่เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งจ่ายให้ตามลำดับความสำคัญของตำแหน่ง หากถือว่าเป็นค่าตอบแทนในการทำงานแล้ว พนักงานบริหารระดับต้นและระดับสูงย่อมเสียเปรียบระดับกลางซึ่งไม่ชอบด้วยเหตุผล เงินค่าระดับบริหารที่โจทก์ได้รับจึงไม่ใช่ค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานไม่อาจนำมารวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณเป็นค่าชดเชยได้พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ ศรนิยม · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้