Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3058/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธจี้ขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อร่างกายผู้เสียหาย และฉุดบังคับผู้เสียหายไปกับจำเลย แล้วบังคับจับกดให้ผู้เสียหายนอนลงกับพื้นดิน โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า จำเลยข่มขืนใจผู้เสียหายให้ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้เสียหายจนผู้เสียหายต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น เป็นการบรรยายการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 158(5)จึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 วรรคสอง แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2534 เวลากลางวันถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2534 เวลากลางคืนหลังเที่ยงต่อเนื่องกันจำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสมควร ตรีธันวา ผู้เสียหายซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลย โดยใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธจี้ขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อร่างกายผู้เสียหาย และฉุดบังคับให้ผู้เสียหายไปกับจำเลยแล้วกดให้ผู้เสียหายนอนลงกับพื้นดิน จนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง ทั้งจำเลยได้เตะและชกต่อยผู้เสียหายที่บริเวณใบหน้าและใต้คาง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่ตำบลโนนทอง อำเภอแวงใหญ่ และตำบลท่านางแนวอำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 276, 295, 309, 310จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นางสมควร ตรีธันวา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาโดยสืบพยานโจทก์คือตัวโจทก์ร่วมยังไม่ทันจบคำถามค้านของทนายจำเลยจำเลยขอแก้ไขคำให้การเดิม เป็นยอมรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และ 309 ส่วนโจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 309, 310 และไม่ติดใจเอาความกับจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 และ 310 เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อผู้เสียหายคือตัวโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพและได้บรรเทาผลร้ายโดยชดใช้ค่าเสียหาย เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน สำหรับข้อหาความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง นั้นแม้โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ในคำขอท้ายฟ้องแต่โจทก์ก็มิได้บรรยายในคำฟ้องถึงลักษณะการกระทำของจำเลยว่าจำเลยกระทำการใดอันเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ยกฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง อีกกระทงหนึ่ง จำคุก6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้คงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 ซึ่งจำเลยฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 นั้น เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้แล้วว่าจำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธจี้ขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อร่างกายผู้เสียหายและฉุดบังคับผู้เสียหายไปกับจำเลย แล้วบังคับจับกดให้ผู้เสียหายนอนลงกับพื้นดิน โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่่า จำเลยข่มขืนใจผู้เสียหายให้ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้เสียหายจนผู้เสียหายต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น ฟ้องโจทก์จึงได้บรรยายการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้วฟ้องโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5765/2561

ตาม ป.อ. อาญา มาตรา 309 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2559

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กลุ่มคนชมรม ค. กระทำความผิดในคดีนี้ โดยบรรยายครบองค์ประกอบความผิดในแต่ละข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7308/2547

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 309 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคแรก ความผิดตาม ป.อ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18/2531

จำเลยที่ 3 ตบตีบังคับให้ผู้เยาว์ดมทินเนอร์ แต่โจทก์มิได้นำสืบว่าเมื่อผู้เยาว์ดมทินเนอร์แล้วจะเกิดผลอะไรที่เป็นเหตุไม่ให้ผู้เยาว์หลบหนีไปตามเจตนาของจำเลย และกรณีไม่ใช่เป็นเรื่องที่ศาลรู้เอง จึงลงโทษจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2530

โจทก์บรรยายฟ้องสรุปความได้ว่า โจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองเครื่องโทรศัพท์ จำเลยซึ่งเป็นพนักงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนำความเท็จไปแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาของจำเลยว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าโทรศัพท์ขอให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้