Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3063/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โรงงานกระสอบป่านเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล กระทรวงอุตสาหกรรมจำเลยเป็นผู้บังคับบัญชา มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปในกิจการของโรงงานกระสอบป่าน มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคณะหรือรายบุคคล คณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่รับผิดชอบต่อจำเลย จำเลยมีอำนาจออกคำสั่งต่างๆ แม้แต่การเลิกจ้างโจทก์ก็เป็นไปตามความเห็นชอบของจำเลย จึงเห็นได้ว่าการที่จำเลยตั้งคณะกรรมการอำนวยการโรงงานขึ้นก็เพื่อให้คณะกรรมการรับมอบหน้าที่ไปทำในนามของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคล จำเลยจึงมีนิติสัมพันธ์โดยตรงกับโจทก์ การที่ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่อาจข้อกล่าวที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและขอให้ยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์มาฟ้องยังศาลแรงงานนั้น เป็นการวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีตามสิทธิในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มิได้รวมไปถึงสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินเดือนและบำเหน็จซึ่งศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ได้ตามมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยมีนิติสัมพันธ์อยู่กับโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 69 ป.พ.พ. มาตรา 75 ป.พ.พ. มาตรา 76 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจโรงงานกระสอบป่าน กรมโรงงานอุตสาหกรรม โจทก์ถูกให้ออกจากการเป็นพนักงานตามคำสั่งที่ ๑๗๙/๒๕๑๙ โจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอความเป็นธรรมต่อจำเลยหลายครั้งเพราะเหตุที่โจทก์ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และถูกกลั่นแกล้ง ต่อมาจำเลยได้ออกคำสั่งยุบเลิกโรงงานกระสอบป่าน จำเลยไม่ยอมยกเลิกคำสั่งที่ให้โจทก์ออกจากงานและไม่ยอมจ่ายเงินเดือนที่ค้าง เงินบำเหน็จ และเงินชดเชย รวมทั้งสิน ๓๘๑,๑๘๒ บาท ขอให้จำเลยสั่งยกเลิกคำสั่งโรงงานกระสอบป่าน กรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ ๑๗๙/๒๕๑๙ ให้จำเลยชำระเงิน ๓๘๑,๑๘๒ บาทแก่โจทก์ และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์เป็นพนักงานของโรงงานกระสอบป่าน กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจประเภท ๒ มีคณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้บริหาร การที่ผู้อำนวยการโรงงานกระสอบป่านมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์นั้น ได้มีการตั้งกรรมการทำการสอบสวนกรณีที่โจทก์ต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ซึ่งมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ผู้อำนวยการจึงมีคำสั่งให้เลิกจ้างโจทก์ฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมและมีพฤติการณ์ส่งไปทางทุจริต อาศัยอำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์ให้แก่ตนและผู้อื่นให้ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน กับเงินบำเหน็จตามระเบียบของโรงงานโจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตั้งกรรมการขึ้นสอบข้อเท็จจริง ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีคำสั่งเห็นชอบจึงให้งดการพิจารณาคำร้องเรียนของโจทก์ โรงงานกระสอบป่านจึงมีคำสั่งที่ ๑๗๙/๒๕๑๙ ให้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ ๑๑๒,๕๒๐ บาท เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ๒๑,๗๘๐ บาท โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งเลิกจ้างถึงที่สุดไม่มีการกระทำอันไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด คำสั่งเลิกจ้างได้เกิดขึ้นก่อนมีพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ โจทก์ไม่มีอำนาจคดีมาฟ้องศาลขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งผู้บังคับบัญชา โจทก์มีสิทธิได้รับเงินเดือนที่ค้างเป็นเงิน ๓๔,๔๘๕ บาท เงินบำเหน็จเป็นเงิน ๑๑๒,๕๓๐ บาท เงินชดเชยเป็นเงิน ๒๑,๗๘๐ บาท พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๖๘,๗๙๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาล ศาลจึงไม่มีอำนาพิพากษาไปถึงประเด็นอื่นด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นการให้สิทธิหรือคุ้มครองลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่การใช้สิทธิดังกล่าวในทางศาลเกิดขึ้นในวันที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับคือวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒ คดีนี้จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๑๙ สิทธิหรือการได้รับความคุ้มครองย่อมมีอยู่ตามมาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่ถูกเลิกจ้างอันเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่จะวินิจฉัยชี้ขาด แม้ว่าคดีนี้โจทก์จะขอให้ยกเลิกคำสั่งเลิกจ้าง มิได้ขอให้รับโจทก์เข้าทำงานต่อไปก็ตาม

ก็อยู่ในความหมายของมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ เช่นกัน โจทก์จึงไม่อาจนำข้อกล่าวหาดังกล่าวมาฟ้องต่อศาลแรงงานได้ ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับวินิจฉัยในปัญหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและขอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวนั้นจึงชอบแล้ว โรงงานกระสอบป่านเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล จำเลยเป็นผู้บังคับบัญชา มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปในกิจการของโรงงานกระสอบป่าน มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนประธานกรรมการอำนวยการ รองประธานกรรมการอำนวยการ กรรมการอำนวยการ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคณะหรือรายบุคคล คณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่รับผิดชอบต่อจำเลย จำเลยมีอำนาจออกคำสั่งต่างๆ แม้แต่การเลิกจ้างโจทก์ตามคำสั่งที่ ๑๗๙/๒๕๑๙ ก็เป็นไปตามความเห็นชอบของจำเลย จึงเห็นได้ว่าการที่จำเลยตั้งคณะกรรมการอำนวยการขึ้นก็เพื่อให้คณะกรรมการรับมอบหน้าที่ไปทำในนามของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคล

จำเลยจึงมีนิติสัมพันธ์โดยตรงกับโจทก์ การที่ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่อาจนำข้อกล่าวหาที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและขอให้ยกเลิกคำสั่งมาฟ้องยังศาลแรงงานนั้น เป็นการวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีตามสิทธิในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มิได้รวมไปถึงสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินเดือนและเงินบำเหน็จซึ่งศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ได้ตามมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยมีนิติสัมพันธ์อยู่กับโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ดังกล่าวแล้ว จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ฉบับแรกที่ ๒๑๒/๒๕๑๘ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๑๘ โจทก์จึงต้องหยุดทำงาน

ไม่อาจทำงานต่อไปได้ ต่อมามีคำสั่งที่ ๑๗๙/๒๕๑๙ ยกเลิกคำสั่งที่ ๒๑๒/๒๕๑๘ โดยมีผลเป็นการเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๑๙ ฉะนั้น ระหว่างจำเลยออกคำสั่งฉบับแรก ถึงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๑๙ โจทก์ยังไม่ถูกเลิกจ้าง ที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่านับแต่วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๑๙ โจทก์ยังไม่ได้รับเงินเดือน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินเดือนที่ยังไม่ได้รับในระหว่างที่โจทก์ยังไม่ถูกเลิกจ้างจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2501

ข้อบังคับของบริษัทมีว่า "คณะกรรมการมีอำนาจตั้งตัวแทน กำหนดอำนาจตัวแทนได้ตามที่เห็นสมควรและให้คณะกรรมการเป็นโจทก์จำเลยในคดีแพ่งหรืออาญา โดยกรรมการ 2 นายมีอำนาจลงนามและประทับตราและให้คณะกรรมการเป็นผู้ดำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2531

การเลิกจ้างอาจเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติ แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 และอาจเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาความคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2531

โจทก์มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถตรากตรำทำงานในหน้าที่พนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถอันเป็นงานหนักให้จำเลยได้ กรณีถือได้ว่าโจทก์เจ็บป่วยจนหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมีเหตุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4767/2531

ลูกจ้างเป็นโจทก์ฟ้องนายจ้างเป็นจำเลยกล่าวหาว่าเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้รับกลับเข้าทำงานตามสภาพการจ้างเดิมต่อไป หากไม่สามารถปฏิบัติได้ก็ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย เป็นการฟ้องร้องตามนัยแห่งพระราชบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2524

จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทจำนวนเงิน 3,626 บาทให้แก่ ว. ต่อมามีการแก้ไขเพิ่มจำนวนเงินเป็น 903,626 บาท โดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม การแก้ไขดังกล่าวหากไม่ตรวจโดยละเอียดก็ยากที่จะสังเกตได้ ดังนี้ การแก้ไขเปลี่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้