Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3064/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างอาคารของจำเลย กำหนดแล้วเสร็จใน 150 วัน แบ่งการจ่ายเงินเป็น 6 งวด ทำงวดที่ 5 ได้ประมาณครึ่งเดียวโจทก์หยุดการก่อสร้างถือว่าโจทก์ผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย คงมีสิทธิได้แต่ค่าจ้างในผลงานที่โจทก์ทำไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391ค่าจ้างสำหรับงานงวดที่ 5 จำเลยยังไม่จ่าย โจทก์จึงมีสิทธิได้ค่าจ้างงวดที่ 5 คำนวณตามผลงานที่โจทก์ทำไปแล้วเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้ไปจ้างคนอื่นมาทำการก่อสร้างงานส่วนที่เหลือเสียค่าใช้จ่ายพอกับที่จะจ่ายให้โจทก์ หากโจทก์ทำงานเสร็จตามสัญญา จำเลยก็ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ คงเรียกได้เฉพาะเบี้ยปรับเพียงจากวันครบกำหนด 150 วัน ถึงวันการก่อสร้างควรจะแล้วเสร็จหากโจทก์ทำการก่อสร้างติดต่อกันเรื่อยมา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคาร 2 ชั้นครึ่ง 2 คูหา ราคา 265,000 บาท แบ่งการจ่ายเงินเป็น 6 งวด โจทก์ก่อสร้างอาคารตามสัญญาครบกำหนดงวดที่ 5 แล้วขอรับเงินค่างวด 40,000 บาท แต่จำเลยไม่ยอมจ่าย ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินงวดที่ 5 40,000 บาท และกำไรที่โจทก์ควรได้หากโจทก์ก่อสร้างจนเสร็จ 39,750 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดถึงวันฟ้อง 222 บาท รวมทั้งสิ้น 79,972 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์ทำการก่อสร้างงวดที่ 5 ไม่เสร็จตามสัญญาและทำไม่ถูกตามแบบแปลน โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยได้บอกเลิกสัญญาแล้วให้คนอื่นมาก่อสร้างต่อจนเสร็จ เสียเงินไป 162,802 บาท เมื่อเอาเงินงวดที่ 5 และงวดที่ 6 105,000 บาท

หักแล้วโจทก์ยังต้องรับผิดใช้เงินแก่จำเลย 57,802 บาท และโจทก์จะต้องเสียค่าปรับให้แก่จำเลยอีกวันละ 300บาท นับแต่วันครบ 150 วันถึงวันฟ้องเป็นเงิน 12,000 บาท และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้เงิน 2 จำนวนดังกล่าวแก่จำเลยกับค่าเสียหายวันละ 300 บาทจนกว่าจะเสร็จและขอให้ยกฟ้องโจทก์ด้วยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องแย้งและบังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายและค่าปรับตามฟ้องแย้ง 47,108.60 บาทแก่จำเลยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 17,900 บาทโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิรับเงิน 40,000 บาทสำหรับงานงวดที่ 5 ต่อเมื่อโจทก์ได้ก่ออิฐฉาบปูนและใส่วงกบหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่า

โจทก์ยังไม่ได้ก่ออิฐชั้นดาดฟ้าและฉาบปูน โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินงวดที่ 5 ตามสัญญาหลังจากจำเลยปฏิบัติการจ่ายเงินงวดที่ 5 แล้วโจทก์ได้สั่งให้คนงานของโจทก์หยุดงานก่อสร้างจนกระทั่งครบ 150 วันโจทก์ยังสร้างอาคารไม่เสร็จ กรณีถือว่าโจทก์ผิดสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลย โจทก์คงมีสิทธิได้ค่าจ้างในผลงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วสำหรับงานงวดที่ 5 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ซึ่งข้อเท็จจริงฟังได้ว่างานที่โจทก์ทำไปแล้วและที่ยังไม่ได้ทำราคาพอ ๆ กันศาลฎีกาเห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่คำนวณผลงานให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ 20,000 บาท ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้จ้างคนอื่นก่อสร้างงานส่วนที่เหลือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

จากจำนวนที่ต้องจ่ายให้โจทก์ ถ้าโจทก์ไม่ทิ้งงานจำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายสำหรับรายการนี้ คงมีสิทธิเรียกค่าปรับเพียงจากวันครบ 150 วันถึงวันการก่อสร้างควรจะแล้วเสร็จ หากโจทก์ได้ทำการก่อสร้างติดต่อกันเรื่อยมา งานงวดที่ 5 ก็ยังไม่เสร็จดีและยังมีงวดที่ 6 จะต้องทำอีกงวดหนึ่งซึ่งต้องทำการก่อสร้างต่อไปอีกแรมเดือน ที่ศาลอุทธรณ์คำนวณให้ 7 วันนั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ แต่จำเลยฎีกาขอเรียกค่าปรับมาเพียง 10 วัน เป็นเงิน3,000 บาท ศาลฎีกาจึงให้เพียง 10 วัน ตามที่จำเลยฎีกา เมื่อนำไปหักกับเงินค่าจ้างเหมาที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์แล้วจึงเหลือเงินที่จำเลยจะต้องใช้ให้โจทก์เพียง 17,000 บาท ฎีกาโจทก์นอกนั้นฟังไม่ขึ้นพิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 17,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทอง ภู่กฤษณา · กุศล บุญยืน · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2538

คดีที่จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทเป็นคดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายการ วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2523

โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทตามหนังสือแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) จากจำเลย โดยโจทก์ประสงค์จะซื้อที่ดินพิพาทเพื่อเอาไปขายให้แก่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไม่ใช่ต้องการซื้อไว้ใช้เอง ซึ่งจำเลยก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3934/2552

ตามคำฟ้องโจทก์บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสวนป่าแล้วเรียกค่าเสียหายสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งให้จำเลยคืนเงินทั้งหมดที่รับไปและอีกส่วนหนึ่งเรียกค่าผลประโยชน์ตอบแทนตามที่โฆษณาว่าโจทก์จะได้รับ ซึ่งการเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1336/2545

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายตึกแถวกัน ต่อมาจำเลยปลูกสร้างตึกแถวเสร็จพร้อมที่จะโอนให้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลย ทั้งโจทก์ยังขอร้องให้จำเลยช่วยบอกขายตึกแถวดังกล่าวให้ด้วย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 99341)

โจทก์ทำสัญญาจ้างจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารเรียน กำหนดเวลาส่งมอบงานและชำระค่าจ้างเป็นงวดรวม 7 งวด จำเลยที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างและส่งมอบงานงวดที่ 1 ถึงที่ 4 ภายในกำหนดแก่โจทก์ โจทก์รับมอบงานและชำระค่าจ้าง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้