Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3080/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ธนาคารโจทก์มีวัตถุประสงค์อย่างไร ไม่เกี่ยวกับสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ หรือข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งโจทก์จะต้องแสดงโดยแจ้งชัดในคำฟ้องตามนัย มาตรา172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องแสดงมาในคำฟ้อง หนังสือมอบอำนาจไม่ระบุว่าให้ฟ้องผู้ใด ข้อหาใด แต่ระบุไว้ว่า " ยื่นฟ้อง ต่อสู้ เข้าเป็นคู่ความ และดำเนินคดีใด ๆ ซึ่งสาขาที่กล่าวแล้วมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องอยู่ " เมื่อจำเลยทำหนังสือสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากธนาคารโจทก์สาขาที่ ก. เป็นผู้จัดการ ก. ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้อง แม้หนังสือมอบอำนาจจะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงไม่สมบูรณ์เท่ากับไม่ได้มอบอำนาจกันนั้น แต่เมื่อจำเลยยอมรับอยู่แล้วว่าได้มีการมอบอำนาจกันจริง จึงไม่จำต้องอาศัยใบมอบอำนาจเป็นพยานหลักฐานในคดีอีก จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และมีหนี้อยู่ตามจำนวนที่โจทก์กล่าวในฟ้องจริง เพียงแต่จำเลยที่ 1 อ้างว่าหนี้จำนองดังกล่าวนี้เป็นส่วนของ จำเลยที่ 2 ที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดชอบชำระแก่โจทก์โดยต้อง ชำระผ่านบัญชีของจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ก็ทราบดี จำเลยที่ 1 ไม่ต้อง รับผิด ภาระการพิสูจน์ความข้อนี้ตกหน้าที่จำเลยที่ 1 ต้องนำพยาน หลักฐานมาสืบว่าข้อเท็จจริงเป็นดังกล่าวอ้าง เมื่อไม่สืบพยานจำเลยที่ 1 ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 151,245.21บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีอย่างธรรมดาไม่ทบต้น นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากไม่พอชำระ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้จนครบ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ประเด็นข้อ 1 จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 300,000 บาทเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2519 แล้วไม่เคยชำระให้โจทก์เลยมีแต่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น นับเพียงวันที่ 29 มกราคม2522 จำเลยตกเป็นลูกหนี้โจทก์ 151,245 บาท 21 สตางค์ เป็นฟ้องเคลืบคลุมเพราะสับสนวกวนเข้าใจยาก ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้ไว้ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะเหตุดังกล่าวนี้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาอีกประการหนึ่งว่า คำฟ้องของโจทก์มิได้แสดงให้ปรากฏว่าวัตถุประสงค์และเขตอำนาจของบริษัทธนาคารโจทก์มีอย่างไร ทำให้จำเลยเสียเปรียบไม่อาจให้การต่อสู้คดีได้โดยถูกต้อง เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์มีขอบวัตถุที่ประสงค์ของตนอย่างไรไม่เกี่ยวกับสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ หรือข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งโจทก์จะต้องแสดงโดยแจ้งชัดในคำฟ้องตามนัยมาตรา 172 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องแสดงมาในคำฟ้อง ฟ้องโจทก์หาเคลือบคลุมไม่ประเด็นข้อ 2. จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องโจทก์ไม่ระบุว่าให้ฟ้องผู้ใด ข้อหาใด จึงเป็นใบมอบอำนาจที่ไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 1 ได้ให้การต่อสู้ไว้แต่เพียงว่า หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เพราะไม่มีลายเซ็นชื่อของนายกองศรี

เทียราษฎร์ ผู้รับมอบอำนาจและไม่มีข้อความระบุว่าให้ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานใดเท่านั้น จึงเท่ากับว่าจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้มีการทำหนังสือมอบอำนาจกันจริงตามหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องตามหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว แม้จะไม่มีข้อความระบุว่า มอบอำนาจให้ฟ้องผู้ใดจริงดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาก็ตาม แต่ก็มีข้อความระบุไว้ในฟ้องว่ามอบอำนาจให้นายกองศรี เทียราษฎร์ ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารโจทก์ สาขาศรีสะเกษ มีอำนาจ"ยื่นฟ้อง ต่อสู้ เข้าเป็นคู่ความและดำเนินคดีใด ๆ ซึ่งสาขาที่กล่าวแล้วมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องอยู่" คดีนี้ข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากธนาคารโจทก์สาขาศรีสะเกษ ซึ่งนายกองศรี

เทียราษฎร์ เป็นผู้จัดการ นายกองศรี เทียราษฎร์ผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาอีกประการหนึ่งว่าสำเนาหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องไม่ปรากฏข้อความว่าได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย เชื่อได้ว่าต้นฉบับก็คงไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงไม่สมบูรณ์ เท่ากับไม่ได้มอบอำนาจกันนั้น เห็นว่าจำเลยยอมรับอยู่แล้วว่าได้มีการมอบอำนาจกันจริงตามที่วินิจฉัยมาข้างต้น จึงไม่จำต้องอาศัยใบมอบอำนาจเป็นพยานหลักฐานในคดีอีกประเด็นข้อ 3 จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคดีนี้โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธหน้าที่นำสืบต่อโจทก์นำสืบก่อน เมื่อไม่สืบพยาน โจทก์ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีศาลล่างวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง ไม่ถูกต้อง

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 1 รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ยอมรับตามฟ้องโจทก์แล้วว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์ และนับถึงวันที่ 29 มกราคม 2522 ตามบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 มีหนี้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์อยู่ตามจำนวนที่โจทก์กล่าวในฟ้องจริง เพียงแต่จำเลยที่ 1 อ้างว่าหนี้จำนองดังกล่าวนี้เป็นส่วนของจำเลยที่ 2 ที่จำเลยที่ 2จะต้องรับผิดชอบชำระให้แก่โจทก์ โดยต้องชำระผ่านบัญชีของจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์ก็ทราบดี จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด ภาระการพิสูจน์ความข้อนี้ตกหน้าที่จำเลยที่ 1 ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้าง เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ 1 ต่างไม่สืบพยาน จำเลยที่ 1 จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2554

การที่กรรมการผู้มีอำนาจร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์ในใบแต่งทนายความแต่งตั้ง ว. เป็นทนายโจทก์และ ว. ลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ ถือเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ด้วยตนเองโดยแต่งตั้ง ว. เป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2548

โจทก์บรรยายฟ้องสรุปได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดในความเสียหายที่จำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ในระหว่างทำงานให้แก่โจทก์อย่างลูกหนี้ร่วมระหว่างที่จำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2545

การมอบอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 วรรคสอง มิได้บังคับว่าผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจหรือพยานผู้รู้เห็น จะต้องลงชื่อเมื่อใด ดังนั้น แม้ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจหรือพยานผู้รู้เห็นจะลงลายมือชื่อภายหลังที่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2544

แม้บริษัทจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโดยปรากฏข้อความในรายการเอกสารทะเบียนว่า ป. ผู้ตายเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ป. กับกรรมการอื่นอีก 2 คน ลงลายมือชื่อร่วมกันประทับตราของบริษัท จำเลยที่ 1 ลงชื่อผูกพันจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7428/2543

จำเลยให้การรับแล้วว่าได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปจริงตามที่โจทก์ฟ้องโดยจำเลยลงลายมือชื่อไว้ในกระดาษที่ไม่มีการกรอกข้อความไว้ แม้หากข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามคำให้การของจำเลยว่า สัญญากู้เงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้