Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อกรรมการของจำเลยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2543 และสำนักงานของจำเลยถูกปิด ลูกจ้างของจำเลยรวมทั้งโจทก์ไม่สามารถเข้าไปทำงานในสำนักงานได้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2543 เป็นต้นมา ทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้นับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2543 เมื่อโจทก์ไม่ได้รับค่าจ้างจากจำเลยด้วยเหตุดังกล่าวจึงถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541มาตรา 118วรรคสอง ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2543 มิใช่วันที่ 5 กรกฎาคม 2543 ซึ่งเป็นวันที่ถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างดังที่โจทก์อ้าง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่าย ๖๐๐,๐๐๐ บาท ค่านายหน้า ๒๗๐,๐๐๐ บาท เงินโบนัส ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าจ้าง ๑๑๖,๖๖๗ บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๓๓,๓๓๓ บาท และค่าชดเชย ๓๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยขาดนัด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่กรรมการจำเลยถูกตำรวจจับกุม เจ้าของสถานที่ตั้งสำนักงานจำเลยตัดน้ำ ตัดไฟ และปิดสำนักงานในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้ รับค่าจ้าง เพราะเหตุที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยครบ ๑๒๐ วัน แต่ไม่ครบ ๑ ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้าง สุดท้าย ๓๐ วัน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ ถึงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๓ แต่โจทก์ ขอมาเพียงเท่ากับค่าจ้าง ๑ เดือน จึงให้เท่าที่ขอ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ เงินโบนัส ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าใช้จ่ายและค่านายหน้า พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๑๐๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อแรกว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อใด เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ต่อมาวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๓ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกรรมการของจำเลย ครั้นวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ เจ้าของตึกที่ตั้งสำนักงานจำเลยได้ตัดน้ำ ตัดไฟ และปิดสำนักงาน ทำให้ลูกจ้างของจำเลยรวมทั้งโจทก์ไม่สามารถเข้าไปทำงานในสำนักงานในวันนั้นได้ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างไม่ได้ทำงานให้แก่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ เนื่องจากเจ้าของตึก ที่ตั้งสำนักงานจำเลยได้มาตัดน้ำ ตัดไฟ และปิดสำนักงาน เมื่อกรรมการของจำเลยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๓ และสำนักงานของจำเลยถูกปิดลูกจ้างของจำเลยรวมทั้งโจทก์ไม่สามารถเข้าไปทำงานในสำนักงานได้ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ เป็นต้นมา

ทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ เมื่อโจทก์ไม่ได้รับค่าจ้างจากจำเลยด้วยเหตุดังกล่าวจึงถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป มิใช่วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นวันที่ถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างดังที่โจทก์อ้าง อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง ๗๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษมสันต์ วิลาวรรณ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้งศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7287/2550

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ส. ปฏิเสธไม่ขับรถหัวลากเนื่องจาก ส. ประสบอุบัติเหตุตกจากรถและแขนขวาได้รับบาดเจ็บ ส. จึงไม่ได้จงใจขัดคำสั่งของนายจ้าง การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ส. ปฏิเสธไม่ขับรถหัวลากเพราะได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2548

โจทก์เป็นพนักงานของธนาคารจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการพักงานตามมาตรา 116 และ 117 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.254…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2548

จำเลยอุทธรณ์ว่าเงินค่าอาหารและเงินรายรับอื่นไม่ใช่ค่าจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 5 เป็นการอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย จึงอุทธรณ์ได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้