Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ถอนฟ้องคดีแพ่งแล้วกลับมาฟ้องใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 และไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตรับฝากของที่ขโมยเขามามารดาและพี่ของผู้รับฝากทำสัญญายอมใช้ราคาของที่ฝากให้แก่เจ้าของและคนขโมย เจ้าของย่อมฟ้องเรียกเงินตามสัญญานั้นได้ และสัญญาชนิดนี้ไม่ใช่สัญญาค้ำประกันการทำยอมใช้ทรัพย์ที่ยักยอกอันเป็นความผิดส่วนตัวนั้นไม่นับว่าสัญญาเป็นโมฆะคนที่สามทำสัญญายอมรับใช้ทรัพย์แทนผู้รับฝากนั้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 81 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ป.พ.พ. มาตรา 5 ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 411 ป.พ.พ. มาตรา 665 ป.พ.พ. มาตรา 680 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 176 ป.รัษฎากร มาตรา 104

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า เด็กชายช้อยขโมยทองรูปพรรณของบิดามารดาไปแล้วฝากนายสง่าบุตรและน้องนางนาก นางเสียงไว้ รุ่งขึ้นไปทวงนายสง่าบอกว่า มารดาบอกว่าหีบที่เก็บทองหาย ในวันนั้นกำนันเรียกตัวจำเลยทั้งสองมาสอบสวน แล้วจำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญาจำเลยขอรับรองใช้ทองแทนน้ำหนัก 3 บาท เป็นเงิน 1,500 บาทแล้วลงชื่อจำเลยทั้งสอง ต่อมานายสง่าถูกฟ้องและศาลลงโทษฐานยักยอกและให้ใช้ทรัพย์ แต่ยังไม่ได้ใช้ทรัพย์ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยทั้งสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าหนังสือที่กล่าวนั้นเป็นตราสารหมายเลข 9(2) ในบัญชีประมวลรัษฎากร แต่มิได้ปิดอากรแสตมป์ จึงรับฟังไม่ได้ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามหนังสือสัญญานั้นจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยว่าโจทก์ฟ้องและถอนฟ้องไปแล้วมาฟ้องใหม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการฟ้องใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 ไม่ใช่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตข้อที่ว่าสัญญานั้นมีวัตถุประสงค์เพิกถอนคดีอาญาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อการกระทำของนายสง่าเป็นผิดฐานยักยอกตาม มาตรา 314 ซึ่งเป็นความผิดส่วนตัวก็ทำสัญญายอมความกันได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 81 การที่นายสง่าถูกลงโทษในคดีอาญาไม่ทำให้หนี้ตามสัญญาระงับไป และการที่เด็กชายช้อยเอาทรัพย์ไปฝากนายสง่าโดยไม่สุจริตไม่มีเหตุอะไรจะทำให้เจ้าของเรียกทรัพย์คืนไม่ได้ และเห็นว่าตราสารนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรตามข้อ 9(2) และสัญญานี้ไม่เข้าลักษณะค้ำประกันเพราะไม่ใช่ผูกพันเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประมูล สุวรรณศร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3582/2534

การที่จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของจำเลยที่ 1 ให้สัญญาไว้ต่อพนักงานสอบสวนตามคำร้องขอรับรถยนต์ของกลางและรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า จะนำรถยนต์ของกลางมาส่งภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง และพนักง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2524

โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ฯไป ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นแก่สหกรณ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 432 วรรคแรก ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่มีพฤต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2502

โจทก์เจตนาแจ้งข้อหาในเรื่องฉ้อโกงเงินของโจทก์อันเป็นความผิดต่อส่วนตัว แต่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง แจ้งความเท็จ และทำผิดกฎหมายหุ้นส่วนด้วย จำเลยเข้ามาทำสัญญากับโจทก์ว่า ถ้าโจทก์ถอนคำร้องทุกข์แล้ว จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2492

โจทก์จำเลยทำสัญญากันว่าโจทก์จ่ายเงินให้จำเลยในการที่จำเลยจะหาทนายฟ้องนายหมะ เรื่องแย่งกรรมสิทธิที่ดิน 6 แปลง ถ้าแพ้คดีนายหมะ เงินที่โจทก์จ่ายไปเป็นพับ ถ้าคดีชนะจำเลยยอมมอบกรรมสิทธิที่ดิน 6 แปลงให้แก่โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้