Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 ลักเอาบัตร เอ.ที.เอ็ม. ของธนาคาร ก. ซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายไปนั้น จำเลยที่ 1 ย่อมทราบดีว่าไม่สามารถเบิกถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายในครั้งเดียวได้หมดเพราะมีข้อจำกัดของธนาคารเกี่ยวกับจำนวนเงินในการเบิกถอน เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 นำบัตรดังกล่าวไปเบิกถอนเงินในวันเวลาและสถานที่ต่าง ๆ กันหลายจังหวัด ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 1 ได้ว่า ต้องการใช้บัตรนั้นเบิกถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายเป็นคราว ๆ ไป การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เมื่อจำเลยที่ 1 ใช้บัตร เอ.ที.เอ็ม. เบิกถอนเงิน 60 ครั้ง เป็นความผิด 60 กระทง เมื่อรวมกับความผิดฐานลักบัตรดังกล่าวอีก 1 กระทง จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดรวม 61 กระทง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลักเอาบัตรเงินสดทันใจ (บัตร เอ.ที.เอ็ม.) ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาปากเกร็ด จำนวน 1 ใบ ราคา 150 บาท ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายศิริชัย สุขุมานันท์ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ต่อมาจำเลยทั้งสองนำบัตรเอ.ที.เอ็ม. ดังกล่าวไปลักเอาเงินของผู้เสียหายโดยผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของธนาคารต่าง ๆ หลายกรรมต่างกันรวม 60 ครั้ง เป็นเงินรวม 1,380,000 บาท และค่าธรรมเนียมอีก 1,330 บาท ไปเป็นของจำเลยทั้งสองโดยทุจริต เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 และยึดได้เงินสดจำนวน 108,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่ถูกจำเลยทั้งสองร่วมกันลักไป ตู้เย็น 1 เครื่อง ราคา 5,300 บาท เครื่องเสียง 1 ชุด

ราคา20,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ราคา 7,900 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทจำนวน 2 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทองคำ 1 องค์ ราคา 30,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันซื้อโดยใช้เงินของผู้เสียหายที่ร่วมกันลักไป เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 2 และยึดได้เงินสดจำนวน 260,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่จำเลยทั้งสองร่วมกันลักไป รถยนต์ 1 คัน ราคา 520,000 บาท รถจักรยานยนต์ 1 คัน ราคา 38,800บาท ตู้เย็น 1 เครื่อง ราคา 5,800 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันซื้อโดยใช้เงินของผู้เสียหายที่ร่วมกันลักไป จึงยึดไว้เป็นของกลาง ผู้เสียหายได้รับของกลางคืนไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 717,000 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,83, 91 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินจำนวน 105,530 บาท แก่ผู้เสียหายและสั่งคืนรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ของกลางรวมราคา 558,800 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ

ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ภายใน 15 วันศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 เป็นการกระทำผิดหลายกรรมรวม 62 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(2) ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 105,530 บาท และคืนรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ของกลางรวมราคา 558,800 บาท แก่ผู้เสียหาย หากไม่สามารถคืนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางได้ให้ใช้ราคาแทนจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า

การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิด2 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 664,330 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้คืนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 มีว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม มิใช่กรรมเดียว เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างไม่

ฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์ชอบแล้วปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ลักเอาบัตรเงินสดทันใจ (บัตร เอ.ที.เอ็ม.)ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาปากเกร็ด ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายศิริชัย สุขุมานันท์ ผู้เสียหายไปนั้น จำเลยที่ 1 ย่อมจะทราบดีว่าจำเลยที่ 1 ไม่สามารถเบิกถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายในครั้งเดียวได้ทั้งหมดเพราะมีข้อจำกัดของธนาคารเกี่ยวกับจำนวนเงินในการเบิกถอน ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ได้นำบัตรเงินสดทันใจ (บัตร เอ.ที.เอ็ม.)

ดังกล่าวไปเบิกถอนเงินจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของธนาคารในวันเวลาและสถานที่ต่าง ๆ กันหลายจังหวัด ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 1 ได้ว่า จำเลยที่ 1 ต้องการใช้บัตรเงินสดทันใจ (บัตร เอ.ที.เอ็ม.) เบิกถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายเป็นคราว ๆ ไป จนกว่าเงินในบัญชีของผู้เสียหายจะหมด การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดหลายกรรม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นอนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมรวม 62 กระทงนั้น เห็นว่า จำเลยใช้บัตรเงินสดทันใจ (บัตร เอ.ที.เอ็ม.) เบิกถอนเงินจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของธนาคารต่าง ๆ รวม 60 ครั้ง เป็นความผิด 60 กระทง เมื่อรวมกับความผิดฐานลักบัตรเงินสดทันใจ (บัตร เอ.ที.เอ็ม.) อีก 1 กระทง จำเลยที่ 1 กระทำความผิดรวมทั้งหมด 61 กระทง เท่านั้น ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1กระทำความผิดหลายกรรมรวม 62 กระทงนั้น จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมรวม 61 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกกระทงละ 2 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2546

ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเก๋ง รถจักรยานยนต์ล้มทับขาผู้เสียหายจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมามีเจตนาจะลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาแต่แรก จึงใช้อุบายทำทีเข้าช่วยเหลือห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2546

จำเลยใช้แขนล็อกคอผู้เสียหายด้านหลังแล้วลากผู้เสียหายไปที่คูน้ำข้างถนนกดตัวผู้เสียหายลงไปในน้ำจนมิดศีรษะทำให้ผู้เสียหายหมดสติ ซึ่งจากการตรวจร่างกายผู้เสียหาย ปรากฏว่าปอดอักเสบเนื่องจากสำลักน้ำ โดยแพทย์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2545

พฤติการณ์ที่จำเลยลักสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของ ป. ไป แล้วปลอมลายมือชื่อของ ป. ในใบถอนเงินของธนาคารโจทก์ร่วม แล้วนำสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไปแสดงต่อพนักงานของโจทก์ร่วมและได้รับเงินมานั้น เป็นการกระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1678/2543

ก่อนเกิดเหตุ ตัววงจรไฟฟ้าของบริษัทผู้เสียหายได้หายไปโดยไม่ทราบตัวคนร้าย จำเลยกับพวกเป็นผู้ที่ช่วยเหลือผู้เสียหายในการสืบหาตัวคนร้ายและร่วมมือในการวางแผนจับกุมคนร้ายได้ นอกจากนี้ผู้เสียหายยังโอนเงินเข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2563

จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ส่วนกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้