Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3102/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะฟังว่าข้อตกลงในการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์เป็นการขายสิทธิอันเป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่ง และแม้จะไม่มีหลักฐานของข้อตกลงเป็นหนังสือแต่ก็ได้มีการชำระหนี้เนื่องในการซื้อขายนี้แล้วจึงหาต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีตามบทบัญญัติมาตรา456 วรรคสองและวรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงโอนสิทธิการเช่าตึกแถวและการเช่าโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ในตึกแถวแก่โจทก์ โดยจำเลยเรียกค่าโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากโจทก์เข้าอยู่ในตึกแถวและใช้โทรศัพท์อย่างเป็นเจ้าของตลอดมาจำเลยสัญญาว่าจะจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้แก่โจทก์ แต่ก็ผัดผ่อนเรื่อยมาต่อมาจำเลยได้จัดการย้ายโทรศัพท์ไปอยู่บ้านอื่น ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้แก่โจทก์ ฯลฯจำเลยให้การว่า ไม่เคยตกลงโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้แก่โจทก์ไม่เคยรับเงินค่าโอนสิทธิการเช่าจากโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์หมายเลข311 - 3131 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยินยอมโอนให้โจทก์ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หรือถ้าหากไม่อาจโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ได้ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 30,000 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2519 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอัตราเดือนละ 400 บาท นับแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้แก่โจทก์หรือชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้นแล้วแต่กรณีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คงมีปัญหาว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ตามฟ้อง โดยโจทก์ได้ชำระเงินค่าโอนแก่จำเลยแล้วหรือไม่ ที่จำเลยอ้างในฎีกาว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการซื้อขายทรัพย์สินเกินกว่า 500 บาท ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือจึงฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้นั้น เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า โจทก์ได้ชำระค่าโอนสิทธิดังกล่าวแก่จำเลยแล้วเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท โดยเหตุนี้แม้จะฟังว่าข้อตกลงในการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์เป็นการขายสิทธิอันเป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่ง ก็ได้มีการชำระหนี้เนื่องในการซื้อขายนี้แล้ว จึงหาต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีตามบทบัญญัติมาตรา 456 วรรคสองและวรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่จำเลยอ้างไม่ ฯลฯพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง อิทธิพงษ์ · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2554

โจทก์ทำสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้ง 21 แปลง ให้แก่ ป. เมื่อปี 2532 กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทย่อมตกไปเป็นของ ป. ผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2546

เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาทที่จดทะเบียนจำนองแก่ธนาคาร ก. และจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ยืมโจทก์จำนวนหนึ่ง ต่อมาธนาคาร ก. ทวงให้จำเลยชำระหนี้จำนอง จำเลยจึงตกลงทำสัญญาขายที่ดินและบ้านพิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6503/2545

การวินิจฉัยว่าสัญญาที่โจทก์และจำเลยกระทำต่อกันเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดหรือเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ต้องพิจารณาถึงข้อความในสัญญาประกอบกับเจตนาของโจทก์และจำเลยในขณะทำสัญญายิ่งกว่าชื่อของสัญญาที่ทำต่อกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3255/2545

แม้หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยจะระบุชื่อสัญญาว่าเป็นหนังสือสัญญาซื้อขาย อันจะแปลได้ว่าเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาข้อตกลงในสัญญาซึ่งคู่สัญญาตกลงกันว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5347/2540

ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระบุไว้ชัดแจ้งว่าโจทก์มีฐานะเป็นผู้จะซื้อซึ่งมีความผูกพันตามสัญญาในฐานะผู้จะซื้อทุกประการ และในสัญญาข้อ 6 มีใจความว่าคู่สัญญาตกลงกันว่าในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผู้จะขา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้