Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3104/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของที่ดินทั้งแปลง โจทก์ร่วมสร้างตึกแถวซึ่งรวมทั้งตึกแถวซึ่งจำเลยที่ 2 ซื้อไปด้วย โดยเว้นที่ว่างด้านหน้าตึกแถว 5 เมตร เพื่อเป็นทางเข้าออกจากถนนสุขุมวิทไปยังตึกแถวแต่ละห้อง โดยที่ดินหน้าตึกแถวยังเป็นของโจทก์ร่วมซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้ซื้อตึกแถวย่อมรู้แต่แรกแล้ว แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะมีสิทธิใช้ที่ดินหน้าตึกแถว ก็ต้องใช้ในขอบเขตสมควร การที่จำเลยที่ 2 เทปูนซีเมนต์ตลอดจนกางเต็นท์ และตั้งขายรถจักรยานยนต์ในที่ดินหน้าตึกแถวของโจทก์ร่วมเป็นการใช้สิทธิเกินขอบเขต เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข จำเลยที่ 1ที่ 2 มีความผิดฐานบุกรุก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันบุกรุกที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๑๐ ของบริษัทว่องไววิทย์ที่ดินและอาคาร จำกัด ด้วยการกางเต๊นท์ผ้าใบและเทปูน ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๓๖๒, ๓๖๕

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทว่องไววิทย์ที่ดินและอาคารจำกัดเข้าเป็นโจทก์ร่วม

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕, ๘๓ ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ จำนวน๖,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ คนละ ๖ เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมสร้างตึกแถวซึ่งรวมทั้งตึกแถวของจำเลยที่ ๒ นั้นตามแผนที่เอกสารหมาย ล.๒ โดยเว้นที่ว่างด้านหน้าตึกแถวไว้ห่างจากตึกแถว ๕ เมตร เพื่อเป็นทางเข้าออกจากถนนสุขุมวิทไปยังตึกแถวแต่ละห้อง (เขตที่ดินหน้าตึกแถวบางส่วนติดสะพาน) จำเลยที่ ๒ เทปูนซีเมนต์ในพื้นที่ดินของโจทก์ร่วมดังกล่าวและกางเต๊นท์ตั้งรถจักรยานยนต์บนที่ดินที่เทปูนซีเมนต์ตามภาพถ่ายตึกแถวของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๗ ก็เห็นได้ว่ามีการตั้งรถจักรยานยนต์บนพื้นที่เทปูนซีเมนต์จนเต็มเนื้อที่ และจากโฉนดแปลงเดิมก่อนทำการแบ่งแยกเป็นเนื้อที่ดินแปลงย่อยเพื่อสร้างตึกแถวตามเอกสารหมาย จ.๓ ก็เห็นได้ชัดว่าโจทก์ร่วมยังมีที่ดินหน้าตึกแถวที่ก่อสร้างขึ้นแต่ละห้อง

จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ซื้อตึกแถวดังกล่าว ย่อมจะต้องรู้แต่แรกแล้วว่าที่ดินหน้าตึกแถวเป็นของโจทก์ร่วม แม้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะมีสิทธิใช้ที่ดินดังกล่าวก็จะต้องใช้ให้อยู่ในขอบเขตสมควร การที่จำเลยที่ ๒ ทำการเทปูนซีเมนต์ในที่ดินของโจทก์ร่วมตลอดจนกางเต๊นท์และตั้งขายรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการใช้สิทธิของตนเกินขอบเขต จึงเป็นการถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วมโดยปกติสุขแล้วการกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นความผิดฐานบุกรุกและจำเลยที่ ๑จึงย่อมต้องมีความผิดด้วย สำหรับจำเลยที่ ๓ นั้น โจทก์นำสืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๓ได้มีส่วนร่วมในการกระทำของจำเลยที่ ๒ แต่อย่างใด

จำเลยที่ ๓ เป็นเพียงภรรยาของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง อย่างไรก็ดี จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของตึกแถวที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ก่อสร้างขึ้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ บุกรุกที่ดินโจทก์ร่วมซึ่งอยู่หน้าตึกแถวของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เอง ซึ่งจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ก็มีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวในขอบเขตอันสมควรอยู่แล้ว การวางโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จึงสมควรเป็นไปในสถานเบาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นจำนวน ๖,๐๐๐ บาท และลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน เป็นการรุนแรงเกินกว่าพฤติการณ์แห่งคดีศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสมกับความผิดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕(๒) ประกอบด้วยมาตรา ๓๖๒, ๘๓ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท วางโทษจำคุกจำเลยที่ ๒มีกำหนด ๒ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ชันซื่อ · มาโนช เพียรสนอง · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6006/2561

ที่ดินอันตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 เพียงแต่ทางภาระจำยอมนี้ทำให้จำเลยที่ 1 ต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1185/2561

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ป.อ. 358, 365 (3) ประกอบมาตรา 362 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ระหว่างกำหนดระยะเวลาฎีกา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2558

ความผิดฐานบุกรุกสำเร็จแล้วตั้งแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมเมื่อปี 2547 การที่จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินโจทก์ร่วมต่อมาหลังจากนั้นด้วยการก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตชั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2558

ความผิดฐานร่วมกันบุกรุกนั้น แม้จะฟังได้ว่าจำเลยเป็นบุตรของ ญ. ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท แต่โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตและได้รับความยินยอมจาก พ. ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทอีกค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้