Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3108/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยขีดฆ่าและลบลายมือชื่อของจำเลยในเช็ค พิพาททั้งห้าฉบับ เพื่อที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดในฐานะ ผู้สลักหลังในเช็คแต่ ละฉบับ นั้น แม้จะเป็นการกระทำในเวลาใกล้เคียงและต่อ เนื่องกันแต่ ก็เห็นได้ชัด ว่าจำเลยจะทำเพียงฉบับเดียว หรือบางฉบับ ก็ได้สุดแต่ เจตนาของจำเลย เมื่อจำเลยกระทำต่อเช็ค ทั้งห้าฉบับ จึงเป็นความผิด 5 กรรมต่าง กัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลล่างทั้งสองรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องมีใจความว่า โจทก์ทั้งสาม นายเธียร นายสมบัติและจำเลยร่วมกันเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันชื่อบัญชีว่า"ไต้เฮง" ที่ธนาคารมหานคร จำกัดสำนักงานใหญ่ โจทก์ทั้งสามร่วมกันเป็นผู้ทรงเช็ครวม 5 ฉบับ เป็นเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาถนนตากสิน จำนวน 3 ฉบับ มีนายซูลิ้มลงลายมือชื่อสั่งจ่าย จำเลยลงลายมือชื่อสลักหลัง และเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาถนนสี่พระยา2 ฉบับ มีนายวุฒิไกรเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและจำเลยลงลายมือชื่อสลักหลัง เมื่อเช็คทั้งห้าฉบับถึงกำหนด โจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับจำเลยได้กระทำความผิดหลายบทต่างกรรมต่างวาระกัน

คือ เมื่อระหว่างวันที่ 10 มีนาคม 2527 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2527 ภายหลังจากที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งห้าฉบับแล้ว จำเลยซึ่งเป็นผู้สลังหลังเช็คทั้งห้าฉบับได้มีเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์ด้วยการกล่าวข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยจำขอรับเช็คทั้งห้าฉบับไปทวงถามผู้สั่งจ่าจให้ชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเช็คให้จำเลยไปซึ่งความจริงแล้วจำเลยมิได้มีเจตนาจะรับเช็คจากโจทก์ไปทวงถามให้ชำระหนี้ แต่จำเลยมีเจตนาจะรับเช็คไปเพื่อขีดฆ่าขูดลบลายมือชื่อของจำเลยซึ่งสลักหลังเช็คออก เพื่อมิให้โจทก์ทั้งสามมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากจำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการฉ้อโกงโจทก์ และจำเลยโดยเจตนาทุจริตขีดฆ่าลบลายมือชื่อของจำเลยที่สลักหลังเช็คทั้งห้าฉบับออก

อันเป็นการตัดทอนข้อความหรือแก้ไขรายการในเช็คดังกล่าวซึ่งเป็นเอกสารที่แท้จริง ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายไม่อาจไล่เบี้ยจำเลยในฐานะผู้สลักหลังได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปลอมเอกสาร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา341, 264, 265, 266, 266(4), 90 และ 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 ให้ลงโทษจำคุกสำนวนละ 2 ปีรวมสองสำนวนให้จำคุก 4 ปี คำขออื่นให้ยกโจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิด 5 กรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 5 ปี

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารของจำเลยตามมาตรา 266 แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้นเป็นความผิด 5 กรรมต่างกัน หรือเป็นความผิดแต่เพียงกรรมเดียว ในการวินิจฉัยดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยได้ขีดฆ่าลายมือชื่อของจำเลยด้านหลังเช็คพิพาท 2 ฉบับ ต่อหน้าโจทก์ที่ 2โจทก์ที่ 2 ร้องโวยวายขึ้น ในขณะที่โจทก์ที่ 2 ร้องโวยวายนั้นจำเลยก็ได้ใช้หมึกลงลายมือชื่อของจำเลยด้านหลังเช็คพิพาทอีก 3ฉบับด้วย ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยขีดฆ่าและลบลายมือชื่อของจำเลยในเช็คพิพาททั้งห้าฉบับเพื่อที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังในเช็คแต่ละฉบับ แม้จะเป็นการกระทำในเวลาใกล้เคียงและต่อเนื่องกัน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าจำเลยจะทำเพียงฉบับเดียวหรือบางฉบับก็ได้ สุดแต่เจตนาของจำเลย เมื่อจำเลยกระทำต่อเช็คทั้งห้าฉบับ จึงเป็นความผิด 5 กรรมต่างกันพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มีพาศน์ โปตระนันทน์ · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5356/2533

จำเลยที่ 1 กับพวกปลอมหนังสือเดินทางและเช็คเดินทางรวม 12 ฉบับแล้วแยกนำไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารต่าง ๆ รวม 4 ธนาคารในคราวเดียวกันในแต่ละธนาคาร โดยมีเจตนาเพียงประการเดียวเพื่อฉ้อโกงเงินจากธนาคารแต่ละ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2397/2531

จำเลยที่ 1 กู้เงินจากโจทก์ร่วมโดยทำหนังสือสัญญากู้กันไว้และจำเลยที่ 1 ได้นำโฉนดที่ดินที่มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมมอบให้โจทก์ร่วมยึดถือเป็นประกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5406/2530

จำเลยปลอมเอกสาร 7 ฉบับอันเป็นความผิดหลายกรรมรวม7 กระทง แล้วจำเลยนำเอกสารปลอมทั้ง 7 ฉบับไปใช้ในคราวเดียวกันโดยมีเจตนาใช้เอกสารปลอมนั้นให้มีผลแยกเป็นรายฉบับต่างกัน ดังนี้ จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2527 (เลขอ้างอิง 28558)

จำเลยมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการรับโอนมรดกและการซื้อขายที่ดินตลอดจนมีหน้าที่เก็บเงินค่าธรรมเนียมแล้วรวบรวมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินการที่จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมไว้แล้วไม่รวบรวมส่งม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2527 (เลขอ้างอิง 103066)

จำเลยมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการรับโอนมรดกและการซื้อขายที่ดิน ตลอดจนมีหน้าที่เก็บเงินค่าธรรมเนียมแล้วรวบรวมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การเงิน การที่จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมไว้แล้วไม่รวบรวมส่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้