คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญาค้ำประกัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 6,926,211.56บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งจดทะเบียนจำนองเป็นประกันไว้แก่โจทก์ เพื่อบังคับจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่เคยได้รับหมายเรียก สำเนาคำพ้อง คำบังคับ และหมายบังคับคดีเนื่องจากโจทก์มิได้ส่งไปยังภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 และที่ 3จึงเป็นการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหนังสือรับรองจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนของจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย
จ.2 ได้ระบุว่าจำเลยที่ 2 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 34/5 ซอยสุวิทย์ 2 ถนนเพชรเกษมแขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่ยื่นฟ้องโจทก์ได้นำส่งคำคู่ความให้จำเลยที่ 2 ตามที่อยู่ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวตลอดมา จนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้ว โจทก์ก็ได้นำส่งคำบังคับและหมายบังคับคดีให้จำเลยที่ 2 ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในเอกสารหมาย จ.2 โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ปิดคำบังคับและหมายบังคับคดีไว้ด้วย เมื่อไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานของจำเลยที่ 2 หรือแจ้งย้ายที่อยู่ใหม่แต่อย่างใด จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาตามเอกสารหมาย จ.2 ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานศาลได้ส่งคำบังคับและหมายบังคับคดีให้แก่จำเลยที่ 2ณ
สถานที่ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ตามเอกสารหมาย จ.2 โดยวิธีปิดคำบังคับและปิดหมายบังคับคดีไว้ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแม้สถานที่นั้นจะเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่ก็ตาม ก็ถือได้ว่ามีการส่งคำบังคับและหมายบังคับคดีให้แก่จำเลยที่ 2 โดยชอบแล้วที่จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อต่อมาเป็นใจความว่า ในการส่งคำบังคับหมายบังคับคดีและประกาศต่าง ๆ ให้จำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ประกาศหนังสือพิมพ์แต่อย่างใดจึงเป็นการบังคับคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้ใช้วิธีการโดยสมควรพอที่จะให้จำเลยที่ 2 ทราบได้นั้น เห็นว่า ฎีกาข้อนี้ จำเลยที่ 2 ไม่ได้กล่าวอ้างไว้ในคำร้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งพิพากษายืน