Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างในคำร้องว่าจำเลยที่ 4แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์10,000,000 บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ 2และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6จึงพ้นความรับผิดไปนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่ามีการชำระหนี้นอกศาลและเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ทั้งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ตามคำคัดค้านของจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 และที่ 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน 18,135,438.07บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 17,094,323.52บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 9381 ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกออกขายทอดตลาด เอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนจำเลยทั้งหกให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งหกเสร็จสิ้น และนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 20 ตุลาคม 2541 ในวันนัดอ่านคำพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 โดยจำเลยที่ 4 ที่ 5และที่ 6 ไม่คัดค้านการถอนฟ้องแต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แถลงคัดค้านการถอนฟ้องเพราะทำให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียเปรียบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาและการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องเป็นวันที่ 18 พฤศจิกายน 2541ครั้นวันที่ 29 ตุลาคม 2541 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 4 แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ 10,000,000 บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา ขอให้ทำการไต่สวนว่าจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ได้ชำระเงิน10,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงยอมถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5และที่ 6 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นผู้ค้ำประกันรับผิดร่วมกันในวงเงิน6,400,000 บาท หากจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ชำระเงินให้โจทก์10,000,000 บาท จริง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมพ้นความรับผิดไปด้วยขอให้ศาลไต่สวนคำร้องนี้แล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6และยกคำร้องขอไต่สวนของจำเลยที่ 2 และที่ 3ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 13,265,177.30 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ต่อปี

จากต้นเงิน 1,000,000 บาท และอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากจำนวนที่เกินกว่า 1,000,000 บาท แบบทบต้นนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2538 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2538 แบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ทั้งนี้ยอดหนี้ถึงวันฟ้องวันที่ 30 กันยายน 2539 ต้องไม่เกินกว่า18,135,438.07 บาท) โดยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมรับผิดในเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงิน 6,400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13ต่อปี จากต้นเงิน 1,000,000 บาท และอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน5,400,000 บาท นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9381 ตำบลบางกุ้ง

อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ผู้จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ และยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 บังคับชำระหนี้ตามจำนวนที่เป็นหนี้ได้ตามกฎหมาย ให้จำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เท่าที่โจทก์ชนะคดีโดยจำเลยที่ 1 รับผิดในค่าทนายความ 40,000 บาท จำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ร่วมรับผิดในค่าทนายความ 20,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยกและให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 และที่ 6จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ขอให้ไต่สวนคำร้องลงวันที่ 29 ตุลาคม 2541 ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น

เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างในคำร้องว่า จำเลยที่ 4 แจ้งให้ทราบว่า จำเลยที่ 4ที่ 5 และที่ 6 ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ 10,000,000 บาท ก่อนวันที่ศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 จึงพ้นความรับผิดไปด้วยนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่ามีการชำระหนี้นอกศาลและเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะอ้างข้อเท็จจริงตามคำร้องดังกล่าวมาให้ศาลไต่สวนเพื่อวินิจฉัยยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่ได้ทั้งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ตามคำคัดค้านของจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องลงวันที่ 29 ตุลาคม 2541 ของจำเลยที่ 2และที่ 3 นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เนตรมัย · วิเทพ ศิริพากย์ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้