Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 31147)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดิน จำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนจึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยทุกสำนวนได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ คู่ความย่อมมีสิทธิ์อุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224, 248ที่พิพาทแปลงใหญ่เป็นของวัดโจทก์ แม้ที่พิพาทบางแปลงจะมีโฉนดที่ดินมีชื่อจำเลยและจำเลยร่วมในโฉนด จำเลยและจำเลยร่วมก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ของวัดโจทก์ไม่ เพราะที่วัดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดหาได้ไม่ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 224 ป.วิ.พ. มาตรา 248 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 34

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสิบสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องทั้งสิบสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า วัดเขาไกรลาศโจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองที่ดินหนึ่งแปลงคือที่พิพาทคดีนี้ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2499 จำเลยทั้งสิบสองสำนวนขออาศัยปลูกบ้านในที่ดินที่โจทก์ครอบครอง ต่อมา พ.ศ. 2517จำเลยทุกคนต่างได้นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินที่จำเลยขออาศัยดังกล่าวอ้างว่าเป็นของจำเลยแต่ละคน โจทก์ไปคัดค้าน ทางราชการจึงไม่ออกโฉนดให้จำเลยทั้งสิบสอง ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสิบสองและบริวารออกจากที่ดินโจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสิบสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์มีเพียงสิทธิอาศัยอยู่บนที่ดินเนินเขาอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

ไม่มีสิทธิใด ๆ ในการออกเอกสารสิทธิครอบครองหรือโฉนดอย่างใด จำเลยทั้งสิบสองอาศัยอยู่ในที่พิพาทอันเป็นที่สาธารณะเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทางราชการอนุญาตให้ปลูกสร้างบ้านเรือนในที่พิพาทและออกเลขทะเบียนบ้านให้โดยชอบ ต่อมาพวกจำเลยขอออกโฉนดที่ดินเป็นของตน ทางราชการนำโฉนดมาแจกให้จำเลยกับพวกแล้วแต่ผู้แทนโจทก์มาคัดค้าน ทางราชการจึงไม่แจกโฉนดให้ ความจริงแล้วที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นที่ดินมีโฉนดหาใช่ที่ดินของโจทก์ไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย โจทก์ชอบที่จะฟ้องทางราชการเพิกถอนการออกโฉนด หากที่ดินเป็นของโจทก์จริง โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้องก่อนสืบพยาน ผู้ร้องทั้งสิบหกคนร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย

จำเลยร่วมและบริวารออกจากที่พิพาทและให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสิบสองและจำเลยร่วมทั้งสิบหกร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้รับฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 และที่ 11ที่ 12 จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 16จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายข้อแรกว่าคดีทุกสำนวนเป็นคดีมีทุนทรัพย์อย่างสูงไม่เกิน 20,000 บาท และเรียกร้องค่าเสียหายไม่เกิน2,000 บาทต่อเดือน คดีต้องห้ามอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์จึงวินิจฉัยคดีนี้ไม่ชอบศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดิน จำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตน จึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์และจำเลยทุกสำนวนได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์คู่ความย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224, 248 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518มาตรา 3, 6จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอีกข้อหนึ่งว่าจำเลยและจำเลยร่วมบางคนได้รับโฉนดที่ดินในที่พิพาทไปแล้ว ต้องถือว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่ออกจากที่ดินของผู้มีกรรมสิทธิ์จึงไม่ชอบศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นที่วัดเขาไกรลาศ

ฉะนั้น แม้ที่พิพาทบางแปลงจะมีโฉนดที่ดินเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ จำเลยและจำเลยร่วมก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ของวัดโจทก์ไม่ เพราะที่วัดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติและบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดก็ไม่ได้ด้วย ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505มาตรา 34

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · อนุวัตร บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 101818)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดิน จำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนจึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยทุกสำนวนได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ คู่ความย่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12502/2558

ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1548 แล้ว ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้