Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การของจำเลยที่ว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่บรรยายฟ้องว่า โจทก์มีใครเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องเป็นลายมือชื่อของผู้ใด มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้หรือไม่อย่างไร ทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจและให้การแก้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น เป็นการต่อสู้ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพียงอย่างเดียวจำเลยมิได้ให้การถึงเหตุที่อ้างว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ให้เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้องจากโจทก์ต่อมาโจทก์ได้จัดส่งสินค้าดังกล่าวมาให้จำเลยรับไว้แล้วจำเลยให้การเพียงว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้องโดยมิได้กล่าวถึงเรื่องที่โจทก์อ้างว่าได้ส่งสินค้ามาให้จำเลยรับไว้แล้ว จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับสินค้าดังกล่าวตามที่โจทก์ส่งมาให้แล้ว ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท-จำกัดกำหนดไว้ว่า กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท จึงจะทำการผูกพันบริษัทได้ ดังนั้น การที่กรรมการเพียงคนเดียวของจำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้าจึงเป็นการกระทำของตัวแทนที่กระทำโดยปราศจากอำนาจ แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ยอมรับสินค้าไว้โดยมิได้อิดเอื้อน หรือส่งสินค้าคืนโจทก์ ถือได้ว่าเป็นการให้สัตยาบันอันมีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ในฐานะตัวการที่จะต้องชำระราคาสินค้าให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ การที่โจทก์นำสืบว่า กรรมการของจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนสั่งซื้อสินค้าให้จำเลยที่ 1 ถือว่าอยู่ในประเด็นตามที่โจทก์ฟ้อง หาใช่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 สั่งซื้อรถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์และเอกสารสิ่งพิมพ์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น41,869.63 ปอนด์สเตอร์ริง หรือ 1,279,535.90 บาท โดยมีจำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วม โจทก์จัดส่งสินค้าให้จำเลยที่ 1รับไว้แล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสองผิดนัด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินค้าแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ 1มิได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ ตามฟ้อง จำเลยที่ 2 มิได้ค้ำประกันขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินค้าให้โจทก์ตามฟ้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ปัญหาแรกตามฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่าหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าจำเลยทั้งสองให้การว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่บรรยายฟ้องว่าโจทก์มีใครเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องเป็นลายมือชื่อของผู้ใด มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้หรือไม่อย่างไร ทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจและให้การแก้คดีได้ถูกต้องฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม อันเป็นการต่อสู้ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมอย่างเดียวจำเลยทั้งสองหาได้ให้การถึงเหตุที่อ้างว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างไรไม่ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวแม้ศาลล่างทั้งสองจะวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ให้

ก็เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยปัญหาต่อไป จำเลยที่ 1 ได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้องหรือไม่ในปัญหาข้อนี้จำเลยฎีกาว่า ตามข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ 1กำหนดไว้ว่า จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท แต่การสั่งซื้อสินค้าตามฟ้อง กรรมการของจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวลงชื่อในจดหมายสั่งซื้อและประทับตรา จึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 1ทั้งการที่โจทก์นำสืบและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของกรรมการของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้องจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ได้จัดส่งสินค้าดังกล่าวมาให้จำเลยรับไว้แล้ว จำเลยให้การเพียงว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้อง โดยมิได้กล่าวถึงเรื่องที่โจทก์อ้างว่าได้ส่งสินค้ามาให้จำเลยรับไว้แล้ว เมื่อจำเลยไม่ให้การถึงจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับสินค้าดังกล่าวตามที่โจทก์ส่งมาให้แล้ว แม้การกระทำของกรรมการเพียงคนเดียวของจำเลยที่ 1 จะขัดกับข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ซึ่งระบุไว้ว่าต้องมีกรรมการสองคนลงชื่อร่วมกันอันจะถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้แทนนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 ก็ตาม แต่การสั่งซื้อสินค้าตามฟ้องของกรรมการดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำของตัวแทนของจำเลยที่ 1 ที่กระทำโดยปราศจากอำนาจ

เมื่อโจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวมาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้รับไว้แล้วโดยมิได้อิดเอื้อนหรือส่งสินค้าคืนโจทก์ จึงถือได้ว่าการรับสินค้าของจำเลยที่ 1 เป็นการให้สัตยาบันแก่การนั้น ย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 ในฐานะตัวการว่าได้สั่งซื้อสินค้าอันจะต้องชำระราคาให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 จำเลยที่ 2จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วมการที่โจทก์กล่าวในฟ้องเพียงว่าจำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์แต่นำสืบว่ากรรมการของจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนสั่งซื้อสินค้าให้จำเลยที่ 1 เช่นนี้ก็คงอยู่ในประเด็นตามที่โจทก์ฟ้อง หาใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างไรไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10625/2554

ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยทั้งสี่ย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคสอง เม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 109353)

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องทั้งสองสำนวนโดยตั้งประเด็นใหม่ว่านิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นโมฆะซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของโจทก์นั้นแล้ว และจำเลยทั้งห้าก็ได้ขอแก้ไขคำให้การทั้งสองสำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4979/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยซื้อจากจำเลยแล้วจำเลยทำสัญญาเช่า แต่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าจึงบอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและส่งมอบที่พิพาทคืน จำเลยให้การตอนแรกว่า ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2544

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป. กับ ศ. มีสินสมรสคือ ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. ต่อมา ป. ตาย ที่ดินจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท ต่อมา ศ. โอนที่ดินให้จำเลย จำเลยได้ไปขอออกโฉนด ขอให้จำเลยแบ่งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2541

โจทก์ตกลงแบ่งขายที่ดินของโจทก์ตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 53จำนวน 7 ไร่ ซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีนี้ให้แก่ ส. แต่ยังไม่ทันได้รับมอบการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์ตามสัญญาซื้อขายดังกล่าว ส.ถึงแก่กรรมเสียก่อน แม้สิทธิตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้