Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3121/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 แล้ว เนื่องจากโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การแต่เมื่อหนี้ของจำเลยที่ 1 ยังไม่ระงับสิ้นไป กรณีดังกล่าวก็มิได้ทำให้จำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากการชำระหนี้ที่มีต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงยังไม่หลุดพ้นจากความรับผิด.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527 จำเลยที่ 1ทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระหนี้เงินยืมโจทก์ 63,300 บาท โดยชำระวันทำสัญญา 15,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระทุกวันที่ 3 ของเดือนเดือนละ 2,500 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 3 มีนาคม 2527 เป็นต้นไปทั้งนี้มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน แต่จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์เพียงงวดเดียวคือวันที่ 3 เมษายน 2527 จำนวน 2,500 บาทจากนั้นก็ไม่ชำระ จำเลยที่ 1 คงค้างชำระเงินโจทก์ 45,800 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้อง เพราะจำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องไว้ดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 เพราะโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1แล้ว จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ชั้นต้นไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ดังนั้น จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงสามารถยกข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามกฎหมายว่าด้วยการค้ำประกันขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้โดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2527 โจทก์และจำเลยที่ 1ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกันมีข้อความว่าจำเลยที่ 1 (ลูกหนี้)เป็นหนี้เงินกู้โจทก์ (เจ้าหนี้) 63,300 บาท โดยจำเลยที่ 1 จะผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวเป็นงวด ๆ แก่โจทก์จนกว่าจะครบจำนวนหนี้เงินกู้งวดแรกชำระให้แล้วในวันทำสัญญา 15,000 บาท งวดต่อ ๆ ไปจะชำระทุกวันที่ 3 ของทุก ๆ เดือน เดือนละ 2,500 บาท โดยเริ่มชำระตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม เป็นต้นไป และทุก ๆ 6 เดือน จำเลยที่ 1 ต้องชำระให้โจทก์ครั้งละ 10,000 บาท ด้วย หากจำเลยที่ 1 ผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าหนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระในทันที และจำเลยที่ 1ยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จ

ลงชื่อ รัดฐยา ศรีจันทร์ (จำเลยที่ 1) ลูกหนี้ ลงชื่อบรรลือ กิจกำธร (โจทก์) เจ้าหนี้ ลงชื่อ (อ่านไม่ออก) พยานลงชื่อ พูลสุข ศรีจันทร์ (จำเลยที่ 2) พยาน ลงชื่อพูลสุข ศรีจันทร์ (จำเลยที่ 2) ผู้ค้ำประกัน ประเด็นวินิจฉัยมีว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 หรือไม่เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้ลงลายมือชื่อในฐานะเป็นพยานไปแล้ว แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 2 ได้ว่า มิใช่ประสงค์จะเป็นพยานในสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตกลงจะค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นอีกฐานะหนึ่งด้วย โดยแสดงฐานะด้วยคำว่า

"ผู้ค้ำประกัน"ต่อจากลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ที่ลงไว้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ประเด็นข้อสุดท้ายมีว่าศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 แล้ว เนื่องจากโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดหรือไม่ เห็นว่า เมื่อหนี้ของจำเลยที่ 1ยังไม่ระงับสิ้นไปและไม่ได้ความว่าโจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ได้ตกลงด้วย หรือโจทก์ไม่ยอมรับชำระหนี้ในเมื่อจำเลยที่ 2 ขอชำระหนี้แก่โจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698, 700 และ 701 บัญญัติไว้ฉะนั้นแม้ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 1 แล้ว เพราะโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การก็ตาม กรณีดังกล่าวนี้มิได้ทำให้จำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากการชำระหนี้ที่มีต่อโจทก์แต่อย่างใด จำเลยที่ 2 จึงยังไม่หลุดพ้นจากความรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ อินทุเศรษฐ · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้