Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3127/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายว่า ความจริงจำเลยเห็น ส. เป็นคนร้าย แต่จำเลยมาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาว่า ส. มิใช่คนร้าย อันเป็นการบรรยายถึงว่าความเท็จและความจริงเป็นอย่างไรแล้ว แม้โจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดว่าข้อความอันเป็นเท็จที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร แต่โจทก์ได้บรรยายถึงข้อที่ว่า ส. ต้องหาว่าร่วมกันฆ่าผู้ตาย กับ ส. เป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายและจำเลยอันเป็นข้อสำคัญในคดี เมื่อความจริงจำเลยเห็น ส. เป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายและจำเลย แล้วจำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และ ส. มิใช่คนร้ายคำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องย่อมเป็นข้อสำคัญในคดีที่เข้าใจได้ในตัวเองฟ้องโจทก์ดังกล่าวมีรายละเอียดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า

จำเลยให้การต่อพันตำรวจตรีพินิจพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าบอน ในฐานะที่จำเลยเป็นประจักษ์พยานในคดีที่นายสายัณห์หรือสังข์กับพวกต้องหาว่าร่วมกันฆ่านายศิริธรถึงแก่ความตายด้วยความเป็นจริงตามที่จำเลยรู้เห็นเหตุการณ์ ใจความว่า "เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2543 เวลาประมาณ 15.30 นาฬิกา ขณะที่พยาน ผู้ตาย และพวกกำลังเล่นน้ำสงกรานต์และดื่มสุรากัน มีนายสายัณห์กับพวกเข้ามารุมชกต่อยผู้ตายและกลุ่มของพยาน จากนั้นเห็นนายสายัณห์ใช้อาวุธมีดแทงประทุษร้ายผู้ตายจนล้มลง เมื่อพยานจะเข้าไปช่วยผู้ตาย นายสายัณห์ใช้อาวุธมีดดังกล่าวแทงถูกพยานที่บริเวณหัวไหล่ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย" ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีจนกระทั่งนายสายัณห์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี

ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดพัทลุงนำจำเลยเข้าเบิกความต่อศาลชั้นต้นในฐานะเป็นประจักษ์พยานตามที่จำเลยเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน ในคดีดังกล่าวจำเลยเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลชั้นต้นตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1181/2545 ใจความว่า "ในวันเกิดเหตุที่มีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงนายศิริธรถึงแก่ความตาย และแทงพยานได้รับบาดเจ็บนั้น พยานไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใครและนายสายัณห์มิใช่คนร้ายที่แทงผู้ตายกับพยานแต่อย่างใด" อันเป็นการเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลและข้อความเท็จดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคสอง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนในฐานะประจักษ์พยานในคดีที่นายสายัณห์หรือสังข์กับพวกต้องหาว่าร่วมกันฆ่านายศิริธรถึงแก่ความตาย ด้วยความเป็นจริงตามที่จำเลยเห็นเหตุการณ์ว่าขณะที่พยาน ผู้ตายและพวกกำลังเล่นน้ำสงกรานต์และดื่มสุรากัน มีนายสายัณห์กับพวกเข้ามารุมชกต่อยผู้ตายและกลุ่มของพยาน จากนั้นเห็นนายสายัณห์ใช้อาวุธมีดแทงประทุษร้ายผู้ตายจนล้มลง เมื่อพยานจะเข้าไปช่วยผู้ตาย นายสายัณห์ให้อาวุธมีดดังกล่าวแทงถูกพยานที่บริเวณหัวไหล่ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีจนกระทั่งนายสายัณห์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี

ต่อมาโจทก์นำจำเลยเข้าเบิกความต่อศาลในฐานะประจักษ์พยานตามที่จำเลยเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน ในคดีดังกล่าวจำเลยเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลชั้นต้นว่า ในวันเกิดเหตุที่มีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงนายศิริธรถึงแก่ความตายและแทงพยานได้รับบาดเจ็บนั้น พยานไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และนายสายัณห์มิใช่คนร้ายที่แทงผู้ตายกับพยานแต่อย่างใด อันเป็นการเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลและข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายว่าความจริงจำเลยเห็นนายสายัณห์เป็นคนร้าย แต่จำเลยมาเบิกความเท็จว่านายสายัณห์มิใช่คนร้าย อันเป็นการบรรยายถึงว่าความเท็จและความจริงเป็นอย่างไรแล้ว แม้โจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดว่าข้อความอันเป็นเท็จที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร แต่โจทก์ได้บรรยายถึงข้อที่ว่านายสายัณห์ต้องหาว่าร่วมกันฆ่าผู้ตาย กับนายสายัณห์เป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายและจำเลยอันเป็นข้อสำคัญในคดี

เมื่อความจริงจำเลยเห็นนายสายัณห์เป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายและจำเลย แล้วจำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และนายสายัณห์มิใช่คนร้าย คำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องย่อมเป็นข้อสำคัญในคดีที่เข้าใจได้ในตัวเอง ฟ้องโจทก์ดังกล่าวมีรายละเอียดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · บุญส่ง กุลบุปผา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1505/2567

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 165 บัญญัติว่า "ในระหว่างเวลาตั้งแต่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จนถึงเวลาที่พ้นจากล้มละลาย ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2567

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลของการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2567

สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้