Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3137/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภายหลังการยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดหลายครั้งราคาที่ดินซึ่งถูกยึดเพื่อขายทอดตลาดทั้งสามแปลงมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แม้ พ. จะเป็นผู้ประมูลได้โดยเสนอราคาสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ตาม แต่เมื่อที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวไม่ได้อยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันและผู้คัดค้านไม่ได้มีเจตนาที่จะขายทรัพย์สินเหล่านั้นรวมกันมาตั้งแต่ต้น การที่ผู้คัดค้านอนุญาตให้ขายที่ดินทั้งสามแปลงรวมกันไปตามคำร้องขอของ พ. ผู้เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียวนั้น จึงเป็นเหตุให้ขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริง ดังนั้นการขายทอดตลาดดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยความมุ่งหมายแห่งการขายทอดตลาดเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 123

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามล้มละลาย ต่อมาได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านได้ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 2 รวม 3 แปลง โดยขายรวมกันไปในราคา 1,271,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 2 ให้แก่ผู้เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียวในราคา 1,271,000 บาท เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเนื่องจากที่ดินทั้งสามแปลงไม่ได้อยู่ติดเป็นผืนเดียวกัน หากแยกขายจะได้ราคาสูงกว่า นอกจากนั้นราคาประเมินที่ดินแตกต่างจากราคาที่ผู้คัดค้านขายเป็นเงินถึง 3,248,000 บาท ทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการขายทอดตลาดดังกล่าวและมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดใหม่

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ในการขายทอดตลาดที่ดินครั้งที่ 8 มีผู้สนใจเข้าฟังการขายประมาณ 15 คน และมีเจ้าหนี้รายที่ 5 ซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวมาดูแลการขาย ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มา ปรากฏว่ามีนายพรชัย สุรเกียรติชัยลงชื่อสู้ราคาเพียงรายเดียวและขอให้ขายที่ดินสามแปลงรวมกันไป โดยเสนอราคา 1,271,000 บาท ผู้คัดค้านสอบถามเจ้าหนี้รายที่ 5 แล้วไม่คัดค้านจึงเคาะไม้ขายไปในราคาดังกล่าว ส่วนราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินเป็นเพียงราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินเท่านั้น ราคาที่ดินจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับสภาพที่ดิน ทำเลที่ตั้งและความต้องการอื่นๆ ประกอบกัน ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสามแปลง ให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดใหม่

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่าการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวเป็นการขายโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์เพื่อนำเงินที่ขายได้มาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้นี้มีข้อที่จะต้องพิจารณาว่าราคาทรัพย์ที่แท้จริงประมาณเท่าใด และสมควรจะขายได้แล้วหรือไม่ เรื่องราคาทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประเมินราคาไว้ขณะทำการยึดเมื่อปี 2528 ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 5019 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 62 และเลขที่ 49 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี รวม 3 แปลง ราคา 500,000 บาท 50,000 บาท และ 120,000 บาท ตามลำดับ ซึ่งผู้แทนเจ้าหนี้ที่นำยึดก็เห็นด้วยในราคานี้ แต่ได้ความจากคำนายกิตติ

อ้นปัน พยานของจำเลยที่ 2 ว่า จากการไปตรวจสอบราคาประเมินที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว พบว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 5019 มี ราคาประเมินไร่ละ 4,000,000 บาท ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 62 มีราคาประเมินไร่ละ 600,000 บาท และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 49 มีราคาประเมินไร่ละ 2,400,000 บาท ตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์เอกสารหมาย ร.2 และ ร.3 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2539 อันเป็นระยะเวลาภายหลังจากยึดทรัพย์และมีการประกาศขายทอดตลาดมาหลายครั้งแล้ว แสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แม้นายพรชัยจะเป็นผู้ประมูลได้โดยเสนอราคาสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ตามแต่เมื่อที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวไม่ได้อยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันและผู้คัดค้านไม่ได้มีเจตนาที่จะขายทรัพย์สินเหล่านั้นรวมกันมาตั้งแต่ต้น

การที่ผู้คัดค้านอนุญาตให้ขายที่ดินทั้งสามแปลงรวมกันไปตามคำร้องขอของนายพรชัยผู้เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียวนั้นจึงเป็นเหตุให้ขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริง ดังนั้น การขายทอดตลาดดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยความมุ่งหมายแห่งการขายทอดตลาดเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ลูกหนี้หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 123 โดยไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้ออื่นอีก ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พีรพล จันทร์สว่าง · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วรนาถ ภูมิถาวร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้