คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยผู้เป็นลูกหนี้เด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินที่จำเลยจำนองไว้กับธนาคารกรุงเทพ จำกัด เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยขายได้เป็นเงิน ๔๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งจ่ายเงินส่วนที่เกินหนี้จำนองจำนวน ๑๓๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยเป็นรายเดือนๆ ละ ๑,๘๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจนถึงวันยื่นคำร้องเพื่อเป็นค่ายังชีพของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๖๗ (๑) แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย จำเลยจึงมาขอให้ยกคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และมีคำสั่งให้จำเลยได้รับเงินค่ายังชีพเป็นรายเดือน จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามคำร้องที่จำเลยได้ยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ซึ่งมีมาก่อนฟ้องล้มละลาย มิใช่เงินที่ได้มาระหว่างลูกหนี้ล้มละลาย จึงไม่อาจจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ลูกหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๖๗ (๑) ให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอาเงินจำนวน ๑๓๐,๐๐๐ บาท มาจ่ายเลี้ยงชีพจำเลยและครอบครัวได้หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่าเงินจำนวนดังกล่าวนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการขายทอดตลาด ทรัพย์ซึ่งจำเลยมีมาก่อนล้มละลาย แม้จะขายทอดตลาดและได้เงินจำนวนนี้มาในระหว่างที่จำเลยได้มาในระหว่างล้มละลาย จำเลยจึงไม่มีสิทธิให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอามาจ่ายเลี้ยงชีพจำเลยและครอบครัวได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๖๗ (๑)
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน