Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3142/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 นั้น เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพหรือไม่มีปัจจ่ัยอันเพียงพอสำหรับดำรงชีพ จำเลยให้การปฏิเสธชั้นศาลโจทก์ต้องนำสืบให้ได้ความดังกล่าวให้สมฟ้องจึงจะลงโทษจำเลยได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286,91 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8, 9

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 286, 91 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9ให้จำคุกไว้มีกำหนด 7 ปี ฐานเป็นเจ้าของกิจการจำคุก 6 เดือนรวมโทษจำคุก 7 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...สำหรับความผิดตามพระราชบัญญติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 นั้น โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 8, 9 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณีตามมาตรา 9 ซึ่งมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณีตามมาตรา 8 โจทก์มิได้อุทธรณ์ ความผิดฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณีนี้จึงยุติ คงมีปัญหาในชั้นนี้เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี ตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503มาตรา 9 และฐานดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับความผิดฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี นั้น โจทก์คงมีแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 และบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.3 เท่านั้นเป็นพยาน ส่วนถ้อยคำของนางสาวนกชัยบุญเรือง ทั้งในชั้นจับกุมจำเลยตามบันทึกเอกสารหมาย จ.2และในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.4 ต่างเป็นพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ไม่พอฟังประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนและจับกุมซึ่งจำเลยนำสืบอ้างว่าเป็นการรับผิดแทนผู้อื่น พยานหัลักฐานโจทก์จึงไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ ส่วนความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดโดยจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพหรือไม่มีปัจจัยอันเพียงพอสำหรับดำรงชีพโจทก์จึงต้องนำสืบให้ได้ความว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพด้วย เพื่อให้ข้อเท็จจริงฟังได้สมฟ้องจึงจะลงโทษจำเลยได้

คดีนี้โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงได้ความจากร้อยตำรวจโทอุทิศ ไชยเจริญ ผู้จับกุม พันตำรวจตรีวิเชียร ภักดีโต ผู้สืบสวนและร้อยตำรวจโทสุเกษม ทองดี พนักงานสอบสวน เพียงว่าในขณะที่เข้าทำการจับกุมจำเลยนั้น จำเลยอยู่ในสถานการค้าประเวณีโดยมิได้นำสืบถึงพฤติการณ์และข้อเท็จจริงดังกล่าวของจำเลยแต่อย่างใด ทั้งที่สถานที่ทำการจับกุมอยู่ห่างสถานีตำรวจประมาณ 500 เมตร นอกจากนี้นายบุญช่วย ดิษฉกรรณ์ พยานโจทก์อีกหนึ่งปาก ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้บ้านที่เกิดเหตุ ก็เบิกความไม่ยืนยันว่าจำเลยมีอาชีพอะไร ข้อเท็จจริงจึงรับฟังตามฟ้องไม่ได้ จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ และนำสืบว่าได้เข้าไปขายของในที่เกิดเหตุถูกจับกุมโดยมีเพื่อนเรียกให้รับผิดแทน

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพต่อความผิดฐานนี้ทั้งในชั้นสอบสวนและจับกุม แต่โดยเหตุที่ลำพังคำให้การรับสารภาพดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ไม่ได้เช่นกัน...'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2533

ความผิดฐาน ดำรงชีพ จากรายได้ของหญิงซึ่ง ค้าประเวณีตามป.อ. มาตรา 286 นั้น จะต้อง ได้ความว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพจึงจะลงโทษจำเลยได้ เมื่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้