Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3144/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยแต่งตั้ง ส. เป็นทนายความเข้าดำเนินคดี และระบุข้อความไว้ในใบแต่งทนายความให้ ส. มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย เมื่อจำเลยยังมิได้ถอน ส.ออกจากการเป็นทนายความ การที่ ส. ไปตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ แม้จะไม่ได้ปรึกษากับจำเลยก่อน ก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกระบวนพิจารณามิใช่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 จนถึงวันที่คำพิพากษานั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าฝ่ายโจทก์ฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง (1)เท่านั้น แต่จำเลยจะขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณานั้น และให้พิจารณาคดีใหม่หาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2539 โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2ออกจากสารบบความ และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ให้โจทก์ทั้งสองหรือผู้ที่โจทก์ทั้งสองระบุชื่อ(นายเจตน์ หริณะรักษ์) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2539 จำเลยที่ 1จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินภายใน 15 วัน นับแต่วันจดทะเบียนโอนโจทก์ทั้งสองหรือผู้ที่โจทก์ทั้งสองระบุชื่อตกลงซื้อที่ดินดังกล่าวในราคา 24,400,000 บาท จำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ทั้งสองหักกลบลบหนี้ที่จำเลยทั้งสองค้างชำระเป็นเงิน 13,400,000 บาทส่วนราคาที่ดินที่เหลือนายเจตน์จะชำระให้จำเลยที่ 1 ในวันจดทะเบียนโอนที่ดิน หากจำเลยที่ 1 ผิดนัดให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 โดยผู้รับโอนที่ดินจะนำเงินจำนวน 11,000,000 บาท

มาวางต่อศาลเพื่อให้จำเลยที่ 1 ก่อนจึงจะจดทะเบียนโอนได้และผู้รับโอนจะสั่งจ่ายเช็คล่วงหน้าจำนวน13,400,000 บาท ให้โจทก์ทั้งสองจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 เคยแสดงเจตนาไม่ให้นายไสว หนูทวี ทำหน้าที่ทนายความ แต่ทนายโจทก์และนายไสวร่วมกันฉ้อฉลแจ้งความเท็จต่อศาลทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยมิได้ปรึกษาจำเลยที่ 1 และขัดต่อเจตนาของจำเลยที่ 1 ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหาย ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้วพิจารณาคดีต่อไปโจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมไม่ผูกพันจำเลยที่ 1โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ

ยกคำร้องของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 แม้จะไม่ได้ระบุชัดว่าจำเลยที่ 1 ขอถอนนายไสว หนูทวีจากการเป็นทนายจำเลยที่ 1 แต่ตามคำร้องระบุว่า จำเลยที่ 1 กับทนายจำเลยที่ 1 ดังกล่าว มีความเห็นขัดแย้งกัน จึงเจรจายอมให้ทนายจำเลยที่ 1 ถอนตัว แสดงว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาจะถอนนายไสวจากการเป็นทนายจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งนายธเนศ กมลพันธ์ เข้าเป็นทนายจำเลยที่ 1 การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับทนายจำเลยที่ 1 ดังกล่าวถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น เห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งนายไสวเป็นทนายความเข้าดำเนินคดี และระบุข้อความไว้ในใบแต่งทนายดังกล่าวให้มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย

ดังปรากฏตามใบแต่งทนายความที่จำเลยที่ 1 ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งทนายความให้มีอำนาจในการประนีประนอมยอมความได้ และข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยังมิได้ถอนนายไสวออกจากการเป็นทนายความให้จำเลยที่ 1 แล้ว การที่ทนายจำเลยที่ 1 ดังกล่าวไปตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ทั้งสองตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 29 มกราคม 2539 แม้จะไม่ได้ปรึกษากับจำเลยที่ 1 ก่อนก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกระบวนพิจารณา มิใช่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ และเมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น คำพิพากษาย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145จนถึงวันที่คำพิพากษานั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสียถ้าหากมี จำเลยที่ 1 ได้แต่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าฝ่ายโจทก์ฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 138 วรรคสอง (1) จำเลยที่ 1 จะขอให้พิจารณาคดีใหม่หาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กมล เพียรพิทักษ์ · วุฒิ คราวุฒิ · สุพล พันธุมโน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5784/2550

ทนายความของจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามอำนาจที่ระบุไว้ในใบแต่งทนายความ แม้จะไม่ได้ปรึกษากับจำเลยก่อน ก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกระบวนพิจารณามิใช่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ หากจำเลยซึ่งเป็นตั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4057/2550

คดีเดิมมีประเด็นว่าโจทก์ในคดีนี้ผิดสัญญาเช่าหรือไม่ ส่วนในคดีนี้มีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่หรือไม่ คดีนี้โจทก์อ้างเหตุว่าสัญญาเช่าและสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์เพราะมีการปลอมเอกสารแล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4835/2545

ป. เป็นผู้เรียงคำฟ้องและลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ในคำฟ้องในขณะที่ขาดจากการเป็นทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 แต่โจทก์ก็แต่ง ว. เป็นทนายความคนใหม่เข้ามาดำเนินคดีแทนโจทก์หลังจากฟ้องเพียง 1 เดือน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2660/2536

ใบแต่งทนายความของจำเลยร่วมระบุว่าให้ทนายความของจำเลยร่วมมีอำนาจประนีประนอมยอมความได้ แม้ในสัญญาประนีประนอมยอมความจะไม่มีลายมือชื่อจำเลยร่วมอยู่ด้วยแต่เมื่อทนายความจำเลยร่วม ทนายความจำเลย และโจทก์กับทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3887/2536

แม้ศาลชั้นต้นจะได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์แล้วก็ตาม หากปรากฏว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำโดยไม่ชอบ เป็นเหตุให้จำเลยที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้