Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 31622)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์หรือไม่นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ทั้งสองได้ ไม่ปรากฏว่ามีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยจำเลยสั่งพักงานโจทก์ก็เพราะโจทก์กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งอีกทั้งกำหนดโทษตามข้อบังคับนี้ถึงขั้นให้ออกจากงานแต่จำเลยเพียงสั่งให้พักงานมีกำหนด ระยะเวลาแน่นอนคือ 1เดือน แสดงว่าเมื่อครบกำหนดเวลาพักงานถ้าหากโจทก์ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น จำเลยก็อาจจะจ้างโจทก์ทั้งสองทำงานต่อไปอีก แต่โจทก์กลับนำคดีมาฟ้องเสียก่อนพฤติการณ์เช่นนี้จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์เป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่มีความผิด นับเป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ นอกจากนี้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินโบนัสเท่ากับค่าจ้าง 1 เดือน จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและเงินโบนัส

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่เชื่อฟัง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้างาน จึงได้ลงโทษสั่งพักงานศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยสั่งพักงานโจทก์เพราะโจทก์ทำผิดข้อบังคับการทำงาน จำเลยมีอำนาจลงโทษได้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาจะไม่จ้างโจทก์ทำงานต่อไปหรือกลั่นแกล้งโจทก์ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้าง จำเลย จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ส่วนเงินโบนัสจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งไว้ เท่ากับเป็นการยอมรับว่าจำเลยยอมจ่ายเงินโบนัสให้โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งมีความเห็นแย้งโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์ทั้งสองเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์หรือไม่นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ทั้งสองได้

ไม่ปรากฏว่ามีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยกรณีของโจทก์ถ้าหากไม่กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจำเลยก็คงไม่สั่งพักงานซึ่งถือได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง อีกทั้งกำหนดโทษตามข้อบังคับนี้ถึงขั้นให้ออกจากงาน แต่จำเลยเพียงสั่งให้พักงาน และการพักงานนั้นมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนคือ 1 เดือน ดังนี้ ย่อมแสดงว่าเมื่อครบกำหนดเวลาพักงานถ้าหากโจทก์ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น จำเลยก็อาจจะจ้างโจทก์ทำงานต่อไปอีก แต่โจทก์กลับนำคดีมาฟ้องเสียก่อน พฤติการณ์เช่นนี้จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2521 จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้