Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3163/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยป่วยตามใบรับรองแพทย์ท้ายคำร้อง ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามโจทก์ว่าจะคัดค้านหรือไม่ กลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีไปเลย โดยไม่พิเคราะห์ว่ามีเหตุจำเป็นจะต้องเลื่อนคดีหรือไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 40เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแล้วศาลชั้นต้นให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้เสมียนทนายจำเลยนั่งฟังการสืบพยานโจทก์อยู่ด้วย และในนัดต่อมาพยานโจทก์ดังกล่าวจะได้มาศาลและให้ทนายจำเลยซักค้านแล้วก็ตาม ก็ไม่อาจถือได้ว่าไม่เสียความเป็นธรรม เพราะในระหว่างที่ทนายโจทก์หรือศาลซักถามพยานโจทก์นั้น อาจมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบในทางคดีเกิดขึ้น เสมียนทนายผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยซึ่งไม่มีอำนาจว่าความอย่างทนายความได้ จึงไม่มีสิทธิคัดค้านกระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินไปในช่วงนั้น นอกจากนี้ยังเป็นการหลีกเลี่ยงบทบัญญัติมาตรา 36 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งบังคับว่า การนั่งพิจารณาคดีต้องกระทำต่อหน้าคู่ความที่มาศาลและโดยเปิดเผย อันเป็นกฎหมายที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมแม้จำเลยจะมิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่ก็ได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นไว้และใช้สิทธิอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ผิดระเบียบนั้นเสียได้การที่ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีเพราะเหตุเจ็บป่วยตามใบรับรองแพทย์ท้ายคำร้อง เป็นกรณีมีความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ทั้งเป็นการขอเลื่อนคดีเป็นครั้งแรก สมควรอนุญาตให้เลื่อนคดีได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยซื้อมาจากนายพิพัฒน์ เชียงโกมลขีต แต่โจทก์ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้เพราะจำเลยขัดขวางและเข้าทำนาในที่ดินพิพาททั้งแปลงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร กับขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยนางขาด สุชงชัย ยกให้และจำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์มาโดยตลอดเป็นเวลา 4 ปีเศษแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนนัดแรก ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องมายื่นขอเลื่อนคดีเพราะทนายจำเลยป่วยตามใบรับรองแพทย์ท้ายคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี และให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ 2 ปาก โดยให้ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยนั่งฟังอยู่ด้วย และให้ทนายจำเลยซักค้านพยานโจทก์ทั้งสองในนัดหน้าศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามคำร้องของทนายจำเลยซึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง ลงวันที่ 3 กันยายน 2524 และรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันเดียวกันนั้นว่าทนายจำเลยป่วยเป็นไข้หวัด มีอาการไข้อ่อนเพลีย แพทย์เห็นสมควรให้นอนพักอยู่บ้านในวันที่ 2 ถึง 4 กันยายน 2524 มีใบรับรองของแพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดอุบลราชธานีมาแสดง แต่ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งว่าจะคัดค้านหรือไม่ เพื่อใช้ดุลพินิจในการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 กลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยเลื่อนคดีไปเลย โดยไม่พิเคราะห์ว่ามีเหตุอันจำเป็นที่จะต้องเลื่อนคดีหรือไม่

คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าสืบพยานโจทก์ไปก่อนได้โดยให้ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยนั่งฟังอยู่ด้วย จะไม่เสียความเป็นธรรมนั้นไม่ถูกต้อง เพราะในระหว่างทนายโจทก์หรือศาลซักถามพยานของโจทก์อาจมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบในทางคดีเกิดขึ้น ผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยซึ่งไม่มีอำนาจว่าความอย่างทนายความได้ จึงไม่มีสิทธิคัดค้านกระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินไปในช่วงนั้น นอกจากนี้ยังเป็นการหลีกเลี่ยงบทบัญญัติ มาตรา 36 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งบังคับว่า การนั่งพิจารณาคดีจะต้องกระทำต่อหน้าคู่ความที่มาศาลและโดยเปิดเผย อันเป็นกฎหมายที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมและที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

พยานโจทก์ที่เบิกความลับหลังทนายจำเลยได้มาศาลให้ทนายจำเลยถามค้านแล้ว จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องสืบพยานดังกล่าวใหม่ ก็ไม่ถูกต้องโดยเหตุทำนองเดียวกับที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยมาข้างต้นแล้ว ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบอุทธรณ์ของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้นนั้น ก็เห็นว่าการเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เป็นเรื่องที่ศาลเห็นสมควรเองหรือเมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่ศาลปฏิบัติผิดยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องขึ้นมา ในกรณีนี้เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งเพิกถอนเองแล้ว คู่ความอาจเห็นว่าถึงแม้จะยื่นคำร้องก็เป็นการเปล่าประโยชน์จึงได้แถลงคัดค้านคำสั่งของศาลไว้แล้วใช้สิทธิอุทธรณ์ขึ้นมา ซึ่งถ้าหากศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาและมีเหตุอันสมควรแล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ ด้วยเหตุนี้อุทธรณ์ของจำเลยจึงหาตกไปเพราะเหตุดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีนั้น ทนายจำเลยป่วยเจ็บจริงดังใบรับรองของแพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดอุบลราชธานี กรณีเช่นนี้จึงเป็นความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ทั้งในขณะนั้นยังไม่มีการสืบพยานกันเลย ทนายจำเลยเพิ่งขอเลื่อนคดีเป็นครั้งแรก จึงสมควรอนุญาตให้เลื่อนคดีได้และมีเหตุอันสมควรที่จะให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้ใหม่ ตั้งแต่วันที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เพื่อยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมพิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ อนุญาตให้ทนายจำเลยเลื่อนคดีตามคำร้องลงวันที่ 3 กันยายน 2524 ได้ ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2524 เป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ แล้วพิพากษาไปตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสมา รัตนมาลัย · อุดม บรรลือสินธุ์ · พูน จักรเสน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7069/2560

อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ที่ ป. ซึ่งถูกถอนออกจากการเป็นทนายความลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์และผู้เรียง/พิมพ์ โดยไม่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น ถือเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8689/2558

ตามคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของผู้ร้องโดยไม่ชอบเพราะผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ผู้ร้องและจำเลยที่ 1 มีชื่อและชื่อสกุลซ้ำกัน เจ้าพน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2556

เมื่อที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว อำนาจในการสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ย่อมเป็นของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้คุ้มครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5204/2549

อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การฟังได้ว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ โจทก์ชอบที่จะใช้สอยทางพิพาทได้ การที่จำเลยปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในทางอันเป็นการกีดขวางการเข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2549

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งจำเลยใช้เป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินรวมกันมา กับให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์ที่จำนองซึ่งโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้