คำฟ้องและคำให้การ
ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนนี้เข้าด้วยกัน โดยให้เรียกจ่าสิบตำรวจจำรัสเป็นโจทก์ กรมการศาสนา กับพวก เป็นจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จ่าสิบตำรวจจำรัสโจทก์แพ้คดีโจทก์อุทธรณ์ โดยขออนุญาตขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตครบกำหนดเวลาครั้งแรกแล้วขอขยายเวลาไปอีก
ศาลชั้นต้นอนุญาต ครบกำหนดเวลาในการอนุญาตครั้งที่สอง ขอขยายเวลาไปอีก
ศาลชั้นต้นอนุญาตครบกำหนดเวลาครั้งที่สามแล้วขอขยายเวลาไปอีก ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและสั่งให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลในกำหนดมิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์สามล้านบาทเศษ ค่าธรรมเนียมที่โจทก์จะต้องนำมาวางเป็นเงินถึงหนึ่งแสนเศษ โจทก์ไม่มีเงินอื่นใดนอกจากที่จะได้รับจากส่วนแบ่งมรดกซึ่งศาลจังหวัดเชียงใหม่กำลังจัดการขายทอดตลาดและจัดการแบ่งแต่ยังไม่เรียบร้อยการล่าช้ามิใช่เกิดจากความผิดของโจทก์ เห็นสมควรขยายเวลาให้โจทก์ พิพากษากลับให้โจทก์ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมในการอุทธรณ์ไปอีก 1 เดือน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นต้นไปศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังวันที่ 21 พฤศจิกายน 2522วันที่ 20 ธันวาคม 2522 โจทก์ยื่นฎีกาขอขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ของโจทก์ไปอีกระยะหนึ่ง
ศาลชั้นต้นสั่งว่าหากโจทก์ประสงค์จะขยายเวลาไปออกไปอีกก็ชอบที่จะทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป หาใช่ทำเป็นฎีกามาเช่นนี้ไม่ทั้งฎีกาไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ประการใด จึงสั่งไม่รับฎีกาวันที่ 21 ธันวาคม 2522 โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีกระยะหนึ่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า
ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมในการอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นต้นไป การที่โจทก์ขอขยายเวลาวางเงินต่อไปอีก จึงเท่ากับเป็นการร้องขอแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่อาจสั่งให้ได้ จึงให้ยกคำร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมออกไปอีก 1 เดือน นับจากวันที่จะครบกำหนดเวลาตามที่ศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้ขยายเวลาไว้ครั้งหนึ่งแล้วนั้นไม่ถือเป็นการร้องขอแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่เป็นการขยายเวลาต่อเนื่องจากเวลาที่ศาลอุทธรณ์ได้กำหนดไว้เป็นการร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 อันเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาพิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์รับคำร้องของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป