Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3174/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดจนกว่าจะอายุครบ18ปีไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา18แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามมาตรา74(5)ที่เบากว่าการลงโทษจำคุกเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย บุกรุก เข้า ไป ใน บ้านพัก ของ ผู้เสียหาย แล้วกระทำอนาจาร กอดปล้ำ จูบ ปาก ผู้เสียหาย และ พยายาม ถอด ดึง กางเกงชั้น นอก กับ ชั้น ใน ของ ผู้เสียหาย ออก โดย ใช้ มือ บีบ คอ และ ชกต่อย บริเวณหน้าท้อง ของ ผู้เสียหาย หลาย ครั้ง เป็นเหตุ ให้ ผู้เสียหาย ได้รับ อันตรายแก่ กาย ขอให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 295, 364และ 365จำเลย ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278, 295, 364, 365(1) ขณะ กระทำผิด จำเลย อายุ ไม่เกิน สิบ เจ็ด ปียัง ไม่สมควร พิพากษา ลงโทษ แต่ เห็นควร ให้ ใช้ วิธีการ สำหรับ เด็กแก่ จำเลย ตาม มาตรา 74, 75 ให้ ส่งตัว

จำเลย ไป รับ การ ฝึก และ อบรมยัง สถานพินิจ และ คุ้มครอง เด็ก จังหวัด นครสวรรค์ จนกว่า จำเลย จะ อายุครบ 18 ปีจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนจำเลย ฎีกา ขอให้ ศาลฎีกา ไม่ส่ง ตัว จำเลย ไป ยัง สถานพินิจ และคุ้มครอง เด็ก จังหวัด นครสวรรค์ โดย ขอให้ อยู่ ใน ความ ปกครอง ของ บิดา มารดาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "เห็นว่า ที่ ศาลชั้นต้น ส่งตัว จำเลย ไปฝึกอบรม ที่ สถานพินิจ และ คุ้มครอง เด็ก จังหวัด นครสวรรค์ จนกว่า จำเลยจะ อายุ ครบ 18 ปี นั้น ไม่เป็น การ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18แต่ เป็น วิธีการ สำหรับ เด็ก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) ที่เบากว่า การ ลงโทษ จำคุก เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จึง

ต้องห้ามคู่ความ มิให้ ฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ประมวล กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกา ของ จำเลย ที่ ขอให้ เปลี่ยนแปลง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 2 เป็น ให้ จำเลย อยู่ ใน ความ ดูแล ของ บิดา มารดา นั้นเป็น ฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกา ไม่รับ วินิจฉัย ให้ แต่ ถ้าจำเลย หรือ บิดา มารดา ของ จำเลย เห็นว่า พฤติการณ์ เกี่ยวกับ คำสั่ง นั้นได้ เปลี่ยนแปลง ไป ก็ ย่อม มีสิทธิ ที่ จะ ร้อง ต่อ ศาลชั้นต้น เพื่อ ขอให้เปลี่ยนแปลง แก้ไข คำสั่ง หรือ สั่ง ใหม่ ได้ ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74 วรรคท้าย "

ผลคำพิพากษา

พิพากษายก ฎีกา จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากร อัชกุล · อุดม มั่งมีดี · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2532

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา 2 ปีไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ที่เบากว่าการลงโท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 622101)

ความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 6 ปี เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปฝึกอบรมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 ปี ขั้นสูงไม่เกินกว่า 7 ปี ศาลอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1265/2554

การที่ศาลชั้นต้นอันเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษทางอาญาแก่จำเลยตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ฯ มาตรา 104 (2) ให้เปลี่ยนโทษจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12008/2554

ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 121 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะจำเลยยื่นอุทธรณ์ กำหนดว่า จำเลยจะอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้กระทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6517/2552

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองแต่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรม ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เปลี่ยนโทษจำคุก และให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองในแต่ละฐานความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้