Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2524 (เลขอ้างอิง 31791)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ฝากเงินไว้แก่ธนาคารให้แก่บุคคลอื่นในลักษณะการโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจาะจง จะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306 กล่าวคือ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนมิฉะนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ หากเป็นในลักษณะการโอนหนี้อันพึงต้องชำระตามเขาสั่งผู้ฝากเงินก็ต้องปฏิบัติด้วยการออกเช็คสั่งให้ธนาคารใช้เงินและส่งมอบเช็คนั้นให้แก่ผู้รับโอนไปเบิกเงินจากธนาคาร การที่ธนาคารหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของผู้ฝากเงินไป โดยผู้ฝากเงินมิได้ออกเช็คสั่งจ่ายให้ธนาคารใช้เงิน หรือทำหนังสือโอนหนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมไม่เป็นเหตุให้สิทธิเรียกร้องของผู้ฝากเงินในหนี้เงินฝากต้องระงับสิ้นไป เพราะตามคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมีข้อความระบุเงื่อนไขในการสั่งจ่ายและถอนเงินไว้ว่า เมื่อผู้ฝากเงินจะสั่งจ่ายหรือถอนเงิน ให้ใช้เช็คซึ่งธนาคารมอบให้ใช้สำหรับแต่ละบัญชีโดยเฉพาะ จะเขียนสั่งในกระดาษหรือแบบพิมพ์อย่างอื่นไม่ได้เว้นแต่ธนาคารจะตกลงยินยอมด้วย การหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากก็ไม่แตกต่างอะไรกับการถอนเงินการสั่งโอนเงินฝากทางโทรศัพท์จะใช้ได้แต่เฉพาะกรณีที่ผู้ฝากคนเดียวมีบัญชีเงินฝากอยู่หลายบัญชีและสั่งโอนเงินฝากจากบัญชีหนึ่งไปเข้าอีกบัญชีหนึ่งซึ่งมิใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้อง แต่การโอนเงินฝากจากบัญชีของคนหนึ่งไปเข้าบัญชีของอีกคนหนึ่งนั้น เป็นการโอนสิทธิเรียกร้อง จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ธนาคารจะอ้างประเพณีมาลบล้างกฎหมายไม่ได้ แม้เจ้าของบัญชีเงินฝากกับผู้รับโอนจะมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนผู้ถือหุ้นหรือร่วมอยู่ในเครือเดียวกัน แต่จำเลยก็เป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ย่อมมีฐานะต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น บัญชีเงินฝากของจำเลยกับของผู้รับโอนจึงมิใช่บัญชีของบุคคลคนเดียวกัน ธนาคารโจทก์จึงหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ที่ 4 และ ที่ 5โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันมา โดยสามสำนวนแรกโจทก์ฟ้องรวมใจความว่า ธนาคารจำเลยสาขาพัฒน์พงศ์ได้ทำสัญญารับฝากเงินกับโจทก์โดยวิธีเปิดบัญชีกระแสรายวันซึ่งมีข้อตกลงกันว่า จำเลยจะจ่ายหรือหักโอนเงินจากบัญชีของโจทก์ได้เฉพาะตามคำสั่งของโจทก์ โดยโจทก์จะต้องลงลายมือชื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ และต้องถอนเงินหรือสั่งจ่ายเงินด้วยสมุดเช็คของจำเลย ต่อมาจำเลยได้หักโอนจ่ายเงินออกจากบัญชีเงินฝากของโจทก์โดยพลการ กล่าวคือ ได้หักโอนจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากเลขที่ 4282 ของโจทก์สำนวนแรกรวม 4 ครั้ง เป็นเงิน 650,000 บาทจากบัญชีเงินฝากเลขที่ 4214 ของโจทก์สำนวนที่สอง รวม 12 ครั้งเป็นเงิน 2,870,000 บาท จากบัญชีเงินฝากเลขที่ 4534 ของโจทก์สำนวนที่สาม

รวม 3 ครั้ง เป็นเงิน 800,000 บาท อันเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจและมิชอบ เป็นการกระทำที่ผิดข้อตกลง และผิดต่อวิธีปฏิบัติและประเพณีการค้า โดยโจทก์มิได้สั่งจ่ายหรือถอนเงินจากบัญชี ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินที่หักโอนจ่ายออกจากบัญชีเงินฝากของโจทก์พร้อมทั้งค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า มิได้มีข้อตกลงว่าจำเลยจะจ่ายเงินหรือหักโอนจ่ายจากบัญชีได้เฉพาะตามคำสั่งของโจทก์ โดยโจทก์จะต้องลงลายมือชื่อและต้องถอนเงินหรือสั่งจ่ายด้วยสมุดเช็คของจำเลยดังโจทก์อ้าง โจทก์จำเลยมีหน้าที่พึงปฏิบัติต่อกันตามลักษณะบัญชีเดินสะพัดประเภทเงินฝากธนาคารบัญชีกระแสรายวันจำเลยจะลงรายการหรือเพิกถอนรายการเจ้าหนี้ลูกหนี้ในบัญชีกระแสรายวันหมายเลขที่ดังกล่าวข้างต้นได้ตามที่เกิดขึ้นซึ่งกันและกันระหว่างโจทก์จำเลย โดยไม่จำเป็นต้องให้โจทก์ลงลายมือชื่อหรือถอนเงินหรือสั่งจ่ายด้วยเช็คเสมอไป

ธนาคารจำเลยสาขาพัฒน์พงศ์มิได้หักโอนจ่ายเงินจากบัญชีของโจทก์โดยพลการโจทก์ได้สั่งถอนหรือสั่งให้จ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าว ซึ่งจำเลยได้ปฏิบัติไปตามคำสั่งของโจทก์ โดยได้หักโอนจ่ายให้แก่ผู้รับตามความประสงค์ของโจทก์ โดยได้รับประโยชน์จากเงินที่จำเลยหักบัญชีแล้ว โจทก์ไม่เสียหายและจำเลยไม่มีหน้าที่หรือความรับผิดชอบใด ๆ ที่จะต้องคืนเงินให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้องสำนวนที่สี่

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ตกลงกู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ โดยยอมเสียดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีรวม2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2518 จำนวน 1,000,000 บาทมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2514 จำนวน 500,000 บาท มีจำเลยที่ 2 และที่ 3ร่วมค้ำประกันยอมร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 2,000,000 บาทโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 เบิกเงินเกินบัญชีอีกต่อไป ธนาคารโจทก์สาขาพัฒน์พงศ์ได้หักบัญชีเงินฝากประจำซึ่งจำเลยที่ 2 มอบให้ไว้เป็นประกันพร้อมดอกเบี้ย นำมาเข้าบัญชีแล้ว จำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้โจทก์อยู่อีก 452,420 บาท 79 สตางค์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การว่า

โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลย เพราะโจทก์ได้หักบัญชีกระแสรายวันที่จำเลยที่ 1 ฝากไว้แก่โจทก์ไปเข้าบัญชีของบุคคลอื่นโดยปราศจากอำนาจและความยินยอมของจำเลยที่ 1เป็นจำนวนถึง 2,870,000 บาท ยอดเงินตามบัญชีกระแสรายวันดังกล่าวยังไม่ถูกต้องและมีข้อโต้แย้งอยู่ ขอให้ยกฟ้องเพื่อความสะดวกในการพิจารณาพิพากษา ศาลชั้นต้นให้เรียกธนาคารกสิกรไทย จำกัด ว่าโจทก์ เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดรามาเคมีภัณฑ์ว่าจำเลยที่ 1 เรียกนายวิวัฒน์ ปภาพจน์ว่าจำเลยที่ 2เรียกนายจำนงค์ ขัมภะรัตน์ ว่า จำเลยที่ 3 เรียกบริษัทคอลลอยด์จำกัด ว่า จำเลยที่ 4 และเรียกห้างหุ้นส่วน จำกัด พี.โอ. เคมีภัณฑ์ว่า จำเลยที่ 5ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้โจทก์ (ธนาคารกสิกรไทย

จำกัด)ชำระเงินจำนวน 650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลยที่ 4 (บริษัทคอลลอยด์ จำกัด) ชำระเงินจำนวน 2,870,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่จำเลยที่ 1 (ห้างหุ้นส่วน จำกัดรามาเคมีภัณฑ์) ชำระเงินจำนวน 800,000บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลยที่ 5 (ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.โอ.เคมีภัณฑ์)ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 4

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องสำนวนแรก สำนวนที่สองและสำนวนที่สาม ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ในสำนวนที่สี่เป็นเงิน 461,074 บาท 73 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งห้าฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้ฝากเงินไว้แก่ธนาคารโจทก์โดยเปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันตามความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยในฐานะผู้ฝากมีสิทธิที่จะออกเช็คสั่งให้โจทก์จ่ายเงินในบัญชีของจำเลยแก่จำเลยเองหรือแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดก็ได้ และโจทก์จำเป็นต้องใช้เงินตามเช็คซึ่งจำเลยได้ออกเบิกเงินแก่ตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 991 เว้นแต่จะไม่มีเงินในบัญชีของจำเลยพอจ่ายตามเช็คนั้น

ตราบใดที่ยังมีเงินฝากเหลืออยู่ในบัญชี จำเลยย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์ชำระหนี้เงินฝากนั้นได้ หากจำเลยประสงค์จะโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยให้แก่บุคคลอื่น ในลักษณะการโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจาะจง จำเลยต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 กล่าวคือ ต้องทำเป็นหนังสือโอนหนี้ลงลายมือชื่อจำเลยผู้โอนมิฉะนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ หากจำเลยประสงค์จะโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยในลักษณะการโอนหนี้อันพึงต้องชำระตามเขาสั่งจำเลยก็ต้องปฏิบัติด้วยการออกเช็คสั่งให้โจทก์ใช้เงิน และส่งมอบเช็คนั้นให้แก่ผู้รับโอนไปเบิกเงินจากโจทก์ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 309, 917, 918, 987 และ 989 การที่โจทก์หักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยไปโดยจำเลยมิได้ออกเช็คสั่งให้โจทก์ใช้เงินหรือทำหนังสือโอนหนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ย่อมไม่เป็นเหตุให้สิทธิเรียกร้องของจำเลยในหนี้เงินฝากต้องระงับสิ้นไป นอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังได้ความว่าเมื่อจำเลยขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับโจทก์จำเลยได้ทำคำขอเสนอต่อโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งโจทก์ตกลงสนองรับเกิดเป็นสัญญาผูกพันกัน ตามคำขอดังกล่าวมีข้อความระบุเงื่อนไขการสั่งจ่ายและถอนเงินไว้โดยชัดแจ้งว่า เมื่อผู้ฝากจะสั่งจ่ายหรือถอนเงินให้ใช้เช็คซึ่งธนาคารมอบให้ใช้สำหรับแต่ละบัญชีโดยเฉพาะ จะเขียนสั่งในกระดาษหรือแบบพิมพ์อย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่ธนาคารจะตกลงยินยอมด้วย ตามเงื่อนไขข้อตกลงดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่า การสั่งจ่ายหรือถอนเงินจากธนาคารโจทก์จะกระทำได้ก็แต่โดยวิธีออกเช็ค และต้องใช้เช็คที่โจทก์มอบให้ไว้โดยเฉพาะ

การหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยก็ไม่แตกต่างอะไรกับการถอนเงิน เพราะมีผลทำให้เงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยลดน้อยลงเช่นเดียวกันแม้แต่จำเลยไปที่ธนาคารด้วยตนเองเพื่อจะโอนเงินฝากจากบัญชีของจำเลยไปเข้าบัญชีของบุคคลอื่น ก็ไม่อาจออกคำสั่งด้วยวาจาให้โจทก์ปฏิบัติได้ ถ้าจำเลยไม่ทำเป็นหนังสือโอนหนี้ ก็จะต้องออกเช็คถอนเงินจากบัญชีของจำเลยฝากเข้าบัญชีของผู้รับโอนหรือออกเช็คฝากเข้าบัญชีของผู้รับโอนเพื่อหักโอนเงินจากบัญชีของจำเลย ซึ่งเป็นการหักโอนบัญชีโดยมีเช็คเป็นหลักฐาน จึงไม่มีเหตุผลอย่างใดที่โจทก์จะหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยได้ โดยอ้างแต่เพียงว่าได้รับคำสั่งจากจำเลยทางโทรศัพท์ ซึ่งอาจมีการแอบอ้างได้โดยง่ายที่โจทก์นำสืบว่า

การสั่งโอนเงินฝากทางโทรศัพท์ไม่เป็นการผิดกฎหมายหรือประเพณีของธนาคารพาณิชย์ โจทก์มีสิทธิหักบัญชีของลูกค้าได้โดยไม่จำต้องให้ลูกค้าลงลายมือในเช็คสั่งจ่ายเงินนั้นศาลฎีกาเห็นว่า การสั่งโอนเงินฝากทางโทรศัพท์ย่อมจะใช้ได้ในกรณีที่ผู้ฝากคนเดียวมีบัญชีเงินฝากอยู่หลายบัญชีและสั่งโอนเงินฝากจากบัญชีหนึ่งไปเข้าอีกบัญชีหนึ่ง ซึ่งมิใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องแต่การโอนเงินฝากจากบัญชีของบุคคลหนึ่งไปเข้าบัญชีของบุคคลอีกคนหนึ่งนั้น เป็นการโอนสิทธิเรียกร้อง จึงจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โจทก์จะอ้างประเพณีมาลบล้างกฎหมายหาได้ไม่ถึงแม้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เจ้าของบัญชีเงินฝากกับผู้รับโอนจะมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนผู้ถือหุ้นหรือร่วมอยู่ในเครือเดียวกัน แต่จำเลยก็เป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล

ย่อมมีฐานะต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1015 บัญชีเงินฝากของจำเลยกับของผู้รับโอนจึงมิใช่ของบุคคลคนเดียวกันอันธนาคารมีสิทธิที่จะหักโอนบัญชีได้โดยไม่จำต้องมีหลักฐาน ถึงแม้ในทางปฏิบัติของธนาคารบางแห่งจะยอมผ่อนปรนให้ลูกค้าบางรายที่ธนาคารเชื่อถือสั่งโอนเงินฝากทางโทรศัพท์ได้ ก็มิได้หมายความว่าธนาคารมีอำนาจหักโอนเงินจากบัญชีของลูกค้าได้โดยไม่จำต้องมีหลักฐาน เพราะเมื่อธนาคารโอนเงินไปตามคำสั่งของลูกค้าแล้ว ก็จะต้องจัดการให้ลูกค้าทำหลักฐานหรือออกเช็คสั่งจ่ายเงินเท่าจำนวนที่สั่งโอนมอบให้แก่ธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานในการหักโอนบัญชีโดยไม่ชักช้า

หาใช่แต่เพียงอาศัยคำสั่งโอนทางโทรศัพท์ดังที่โจทก์ปฏิบัติเท่านั้นไม่ ถ้าหากธนาคารมีอำนาจหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าได้โดยไม่จำต้องมีหลักฐานอย่างใด ๆ ประชาชนผู้ฝากเงินไว้กับธนาคารจะมั่นใจได้อย่างไรว่า เงินในบัญชีเงินฝากของตนยังมีอยู่ครบถ้วนโดยไม่ถูกใครแอบอ้างคำสั่งทางโทรศัพท์ โอนไปเป็นของบุคคลอื่น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์หักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเว้นแต่ข้อที่ว่าให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 นั้นเพียงแต่บังคับให้โจทก์คืนเงินจำนวนดังกล่าวฝากเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ตามเดิม ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ก็ให้โจทก์ชำระเงินแทนและให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะคืนเงินฝากเข้าบัญชีของจำเลยหรือชำระเงินเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทุกสำนวนทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้