Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3184/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้เครื่องหมาย "SUPERWARE" เลียนเครื่องหมายการค้า"TUPPERWARE" ของโจทก์เป็นละเมิด ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายในสินค้าของจำเลยกับให้ใช้ค่าเสียหาย แม้ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร ก็จำต้องพิจารณาถึงการประดิษฐ์ส่วนประกอบ และตัวสินค้าประกอบด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า "SUPERWARE"ลงในสินค้าของจำเลยต่อไป กับให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 20,000 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจากวัสดุประเภทพลาสติกโดยทำการผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้เครื่องหมายการค้าเขียนเป็นอักษรโรมันว่า "TUPPERWARE" (อ่านว่า ทัพเพอร์แวร์) และ "TUPPERCRAFT" (อ่านว่าทัพเพอร์คร๊าฟท์) ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศไทยด้วยในสินค้าจำพวก 50 ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 32419 และเลขที่ 31804ตามเอกสารท้ายฟ้อง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2507 ซึ่งได้ต่ออายุเครื่องหมายการค้านี้แล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2517 โจทก์ส่งสินค้าพวกเครื่องมือเครื่องใช้และภาชนะทำด้วยพลาสติก ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 32419 ดังกล่าวที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

"TUPPERWARE" ในสินค้าจำพวก 50 เช่น ชามโคมผสมขนาดเล็ก ชามโคมผสมขนาดกลาง ชามโคมผสมขนาดใหญ่ โหลสามใบเถากล่องขนมปังปอนด์ กล่องครีมแครกเกอร์ คนโทปิคนิคขนาดใหญ่ คนโทปิคนิคขนาดเล็กพร้อมสายหิ้ว เหยือกใส่นมสด กล่องสี่เหลี่ยมเหมันต์เล็ก 4 ใบเถา กล่องสี่เหลียมเหมันต์กลาง 3 ใบเถา ชามโคมประดับสีชุด 3 ใบ ถ้วยสายรุ้งชุด 6 ใบ แก้ว 6 สีชุดใหญ่ กระเช้าเนรมิตเล็ก กล่องเนรมิตใหญ่พร้อมสาย ขวดโหลคุกกี้ชนิดฝาจีบ ปรากฏตามภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.20 ถึง จ.36 มาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2510 และจำหน่ายโดยวิธีปาร์ตี้แพลน กล่าวคือ ผู้ขายสินค้าของโจทก์เป็นผู้นำสินค้าไปถึงบ้านผู้ซื้อ จัดให้มีการชุมนุมผู้ที่จะซื้อ โดยผู้ขายสินค้าของโจทก์เป็นพิธีกร

อธิบายคุณภาพและวิธีใช้สินค้าของโจทก์ตามตัวอย่างสินค้าที่นำไป หากมีผู้สั่งซื้อก็จะนำใบสั่งเหล่านั้นมาซื้อยังบริษัทตัวแทนของโจทก์แล้วจึงนำสินค้าไปส่งให้ผู้ซื้อสินค้าของโจทก์ สินค้าของโจทก์ไม่มีวางขายในท้องตลาด เมื่อ พ.ศ. 2505 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 22770 ในสินค้าจำพวก 12 ทั้งจำพวก โดยมีเครื่องหมายเป็นรูปนกเพนกวินอยู่ในวงกลม มีอักษรโรมัน "PENGUIN" ขนาดสูง ประมาณ 1 ใน 9 ของรูปนกเพนกวินอยูภายในวงกลมใต้รูปนก ซึ่งได้ต่ออายุเมื่อ พ.ศ. 2512 ต่อมาพ.ศ. 2506 จำเลยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 26598 ในสินค้าจำพวก 49 ทั้งจำพวก โดยมีเครื่องหมายเป็นรูปนกเพนกวินอยู่ในวงกลม 2 เส้น มีอักษรโรมัน

"PENGUIN BRAND" ขนาดสูงประมาณ 1 ใน 4 ของรูปนกเพนกวินอยู่ใต้วงกลมและในปีเดียวกันนี้ จำเลยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 26609 ในสินค้าจำพวก 50 คือ สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งทำด้วยพลาสติก โดยมีเครื่องหมายการค้าเช่นเดียวกับที่ได้จดทะเบียนสินค้าจำพวก 49 ซึ่งทั้งสองจำพวกหลังนี้ได้มีการต่ออายุเมื่อ พ.ศ. 2516 ปรากฏตามเอกสารท้ายคำให้การ ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 เดิมมีชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมศรีไทยพลาสติก จดทะเบียนเมื่อ พ.ศ. 2507 ต่อมา พ.ศ. 2516 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดซุปเปอร์แวร์จำเลยที่ 2 จดทะเบียนเมื่อ พ.ศ. 2517 ดังขึ้น เพื่อขายสินค้าที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ผลิตขึ้นหลังจากสินค้าของโจทก์ได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ได้ผลิตสินค้าภาชนะทำด้วยพลาสติกอย่างเดียวกันกับของโจทก์ปรากฏตามภาพถ่ายเปรียบเทียบเอกสารหมาย

จ.20 ถึง จ.36 โดยใช้เครื่องหมายการค้ารูปนกเพนกวินในวงกลมเล็กต่อด้วยอักษรโรมัน คำว่า "SUPERWARE" ให้อยู่ในเส้นวงกลมใหญ่ซึ่งมีขนาดเดียวกับเส้นวงกลมของโจทก์ และมีวงกลมเล็ก 2 วงซ้อนกันอยู่ตรงกลาง มีอักษรโรมัน ว่า "MADF IN THAILAND" แปลว่า ทำในประเทศไทย อยู่ระหว่างวงกลมเล็กที่ซ้อนกัน ใต้วงกลมเล็กที่ซ้อนกันมีประโยคเป็นอักษรโรมันตัวเล็ก ๆ อีก 3 แถวและมีประโยคอักษรโรมันว่า "SRITHAI SUPERWARE INDUSTRY L.P." แปลว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสากรรมศรีไทยซุปเปอร์แวร์ อยู่ชิดขอบล่างของเส้นวงกลมใหญ่สินค้าของจำเลยวางขายในท้องตลาดทั่วไป และก็ได้ขายโดยวิธีปาร์ตี้แพลนคดีมีปัญหาว่า จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า "SUPERWARE"

เลียบแบบเครื่องหมายการค้า "TUPPERWARE" ของโจทก์เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่า สินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์หรือไม่ศาลฎีกาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยโดยตลอดแล้วข้อวินิจฉัยประการแรกมีว่า การที่จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า " SUPERWARE" โดยมีรูปนกเพนกวินอยูในวงกลมอยู่ข้างหน้า ซึ่งมีความสูงขนาดเดียวกันกับตัวอักษรดังกล่าวกับสินค้าของจำเลยนั้น จำเลยมีเจตนาเลียนแบบเครื่องหมายการค้า"TUPPERWARE" ซึ่งใช้กับสินค้าของโจทก์หรือไม่ ปรากฏว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์จดทะเบียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2507 และโจทก์ได้ส่งสินค้าพวกเครื่องมือเครื่องใช้และภาชนะทำด้วยพลาสติกตามที่ได้จดทะเบียนไว้มาขายในประเทศไทยตั้งแต่

พ.ศ. 2510 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.42 ว่า ในปี พ.ศ. 2510 ขายได้8 หมื่นบาทเศษ พ.ศ. 2511 ขายได้ 2 ล้านบาทเศษ พ.ศ. 2512 ขายได้เกือบ2 ล้านบาท พ.ศ. 2513 ขายได้ 3 ล้านบาทเศษ พ.ศ. 2514 ขายได้ 4 ล้านบาทเศษพ.ศ. 2515 ขายได้ 5 ล้านบาทเศษ พ.ศ. 2516 ขายได้ 12 ล้านบาทเศษ พ.ศ. 2517ขายได้ 47 ล้านบาทเศษ แสดงว่าสินค้าของโจทก์ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ แทบทุกปี เดิมจำเลยที่ 1 มีชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมศรีไทยพลาสติก จดทะเบียนตั้งห้างเมื่อ พ.ศ. 2507 ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2516 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมศรีไทยซุปเปอร์แวร์ และได้ผลิตสินค้าตามที่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในจำพวกที่ 50 สำหรับสินค้า

คือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งทำด้วยพลาสติก มีรูปแบบ ขนาด และลักษณะอย่างเดียวกับสินค้าของโจทก์โดยแทบจะไม่มีข้อแตกต่างกัน สีสรรค์ก็เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน จะมีแตกต่างอยู่บ้างก็เป็นส่วนน้อย ปรากฏตามภาพถ่ายเปรียบเทียบ จ.20 ถึง จ.36 โดยใช้เครื่องหมาย "SUPERWARE" โดยมีรูปนกเพนกวินอยู่ในวงกลมอยู่ข้างหน้า ซึ่งมีความสูงขนาดเดียวกันกับตัวอักษรดังกล่าวกับสินค้าของจำเลย และได้ผลิตสินค้าประเภทถ้วยชาม จาน ซึ่งมีส่วนผสมด้วยผงเคมีพลาสติกชนิดหนึ่ง เรียกว่าเมลามิน ถ้วยชามจานเมลามินนั้นมีราคาแพงมาก ชุดเล็ก 45 ชิ้น มีราคา 1,800บาท ชุดใหญ่ 105 ชิ้น มีราคา 3,100 บาท จำเลยได้ตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดซุปเปอร์แวร์จำเลยที่ 2 ขึ้นมาเมื่อ

พ.ศ. 2517 เพื่อขายสินค้าที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ผลิตขึ้น จำเลยอ้างว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยคือรูปนกเพนกวินส่วนคำว่า "SUPERWARE" เป็นคำสามัญในภาษาอังกฤษแปลว่า ภาชนะมีคุณภาพพิเศษหรือชั้นดีเลิศ เห็นว่าคำว่า "SUPERWARE" ของจำเลยกับคำว่า"TUPPERWARE" ของโจทก์นั้นคล้ายกันมา กจำเลยเพิ่งผลิตสินค้าอย่างเดียวกับโจทก์และนำคำว่า "SUPERWARE" มาใช้หลังจากที่โจทก์ส่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วถึง 6 -7 ปี และสินค้าของโจทก์กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่จำเลยที่ 1 ตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมศรีไทยพลาสติก เมื่อ พ.ศ. 2507 จนกระทั่งเปลี่ยนชื่อห้างเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสากรรมศรีไทยซุปเปอร์แวร์

เมื่อ พ.ศ. 2516 ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยผลิตสินค้าอะไรออกมาขายและใช้เครื่องหมายการค้าอะไร เครื่องหมายการค้าที่จำเลยจดทะเบียนไว้ในจำพวก 50 สำหรับสินค้า คือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งทำด้วยพลาสติกนั้น เป็นรูปนกเพนกวินอยู่ในวงกลม 2 เส้น และมีอักษรโรมัน"PENGUIN BRAND" ขนาดสูงประมาณ 1 ใน 4 ของรูปนกเพนกวินอยู่ใต้วงกลม คือนกเพนกวินมีส่วนสูง 4 เท่าของตัวอักษรเห็นเด่นชัด แต่จำเลยกลับนำรูปนกเพนกวินแต่อย่างเดียวมาใช้ และมีคำว่า "SUPERWARE" ตามหลังโดยย่อส่วนรูปนกเพนกวินลงมากกว่า 3 ใน 4 ให้อยู่ในวงกลมขนาดเล็กซึ่งมีความสูงเท่ากับตัวอักษร "SUPERWARE" ทำให้รูปนกเพนกวินไม่เป็นที่น่าสังเกตและไม่เป็นที่สดุดตาเหมือนรูปนกเพนกวินควบคำว่า

"PENGUIN"ที่จำเลยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ โดยไม่นำคำว่า "PENGUIN" มาใช้ด้วยเห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาให้ตัวอักษร "SUPERWARE" เห็นเด่นชัดเป็นเป้าหมาย ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งที่ไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำนี้ไว้ เพื่อเลียนเครื่องหมายการค้า "TUPPERWARE" ของโจทก์ ถ้าจำเลยไม่มีเจตนาเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์แล้ว เหตุใดจำเลยจึงไม่เอาเครื่องหมายการค้าที่จำเลยจดทะเบียนไว้ดังกล่าวมาใช้กับสินค้าของจำเลย ที่จำเลยอ้างว่าคำว่า "SUPERWARE" เป็นคำสามัญในภาษาอังกฤษแปลว่าภาชนะมีคุณภาพพิเศษหรือชั้นดีเลิศ คำว่า "SUPERWARE" ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าของจำเลย เป็นเพียงคำโฆษณาคุณสมบัติสินค้าของจำเลยก็ฟังไม่ขึ้น

เพราะจำเลยไม่ได้เอาเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่จดทะเบียนไว้มาใช้กับสินค้าของจำเลยดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น รูปนกเพนกวินที่ย่อส่วนลงมามากกว่า 3 ใน 4 อยู่ในวงกลมเล็กที่มีส่วนสูงเท่ากัน ตัวอักษรและอยู่ข้างหน้าคำว่า "SUPERWARE" นั้นจึงเป็นการพลางเอาไว้เป็นข้อแก้ตัวเท่านั้น โจทก์จำหน่ายสินค้าโดยวิธีปาร์ตี้แพลน จำเลยที่ 3 ก็เบิกความรับว่า จำเลยเคยขายสินค้าพลาสติกแบบที่โจทก์ฟ้องนี้โดยวิธีปาร์ตี้แพลนอยู่ประมาณ 1 เดือน ที่เบิกความเบียงบ่ายไปว่าเริ่มขายแต่ปลายปี 2518 โดยก่อนนั้นใช้วิธีปาร์ตี้แพลนกับสินค้าเมลามินมาแล้วตั้งแต่ปี 2517 นั้นไม่น่าเชื่อ เพราะแบบใบสมัครเป็นพิธีกรซุปเปอร์แวร์ก็ดี แบบใบสั่งของลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าซุปเปอร์แวร์ก็ดี และแบบใบสั่งสินค้าของพิธีกรซุปเปอร์แวร์ก็ดี

มีลักษณะคล้ายคลึงกับของโจทก์ส่อให้เห็นว่ามีการเลียนแบบของโจทก์เปรียบเทียบได้จากเอกสารหมาย จ.14 ถึง จ.19 จำเลยที่ 3 เบิกความว่าได้จำหน่ายสินค้าเมลามินมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 แต่สินค้าซุปเปอร์แวร์แบบพลาสติกของจำเลยตามเอกสาร จ.20 ถึง จ.36 จำเลยที่ 3 ก็เบิกความว่าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นก่อนสินค้าเมลามิน สินค้าทัพเพอร์แวร์ที่ทำจากพลาสติกของโจทก์ราคาอย่างต่ำ8 บาท อย่างสูง 138 บาท ของจำเลยอย่างต่ำ 5 บาท อย่างสูง 78 บาท ส่วนสินค้าเมลามินของจำเลยนั้นเป็นสินค้าจำพวกถ้วยชามจานมีราคาสูงมาก จานชุดเล็ก45 ชิ้นมีราคาถึง 1,800 บาท จานชุดใหญ่ 105 ชิ้น มีราคาถึง 3,100 บาท จึงไม่ใช่ของใช้ประจำวันที่ประชาชนทั่ว ๆ ไปจะพึงมีไว้ใช้ ที่จำเลยจะต้องโฆษณาโดยวิธีปาร์ตี้แพลน

เพราะย่อมไม่คุ้มกับรายจ่ายที่ต้องจ้างพิธีกร ทั้งปรากฏว่าสินค้าเมลามินของจำเลยตามภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 นั้น จำเลยมิได้ปั๊มเครื่องหมายการค้าที่จำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ลงในสินค้าดังกล่าว ดังเช่นที่จำเลยทำกับสินค้าพลาสติกเลียนสินค้าของโจทก์ โจทก์นำสืบว่าจำเลยได้ชักจูงเอาพิธีกรขายทัพเพอร์แวร์ของโจทก์ไปเป็นพิธีกรของจำเลยเพื่อจำหน่ายสินค้าซุปเปอร์แวร์ของจำเลย ซึ่งจำเลยก็มิได้นำสืบปฎิเสธในข้อนี้และรับว่าจำเลยมีพิธีกรขายสินค้าโดยวิธีปาร์ตี้แพลนถึง 200 คนเศษ จึงน่าเชื่อว่าที่จำเลยจัดให้มีการขายสินค้าโดยวิธีปาร์ตี้แพลนนั้น ก็คือสินค้าพลาสติกแบบเดียวกับของโจทก์ ตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง

ๆ ดังที่ได้วินิจฉัยมาฟังได้ว่าจำเลยใช้เครื่องหมาย "SUPERWARE" โดยมีรูปนกเพนกวินอยู่ในวงกลมเล็กอยู่ข้างหน้า ซึ่งมีความสูงขนาดเดียวกับตัวอักษรดังกล่าวกับสินค้าของจำเลยก็โดยมีเจตนาเลียนแบบเครื่องหมายการค้า "TUPPERWARE" ซึ่งใช้กับสินค้าของโจทก์" ฯลฯ"จำเลยรู้อยู่แก่ใจถึงความไม่สุจริตของตน แต่จำเลยก็ยังใช้เครื่องหมายการค้าเดิมเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์อยู่ดี เพียงแต่ทำให้ลักษณะผิดแผกไปเท่านั้น สินค้าพลาสติกของโจทก์นอกจากที่จำเลยผลิตขึ้นมาโดยเลียนแบบสินค้าของโจทก์แล้ว ยังมีผู้อื่นผลิตออกมาจำหน่ายในท้องตลาดอีกมาก เช่นของเครื่องหมายการค้าทับบูล่าแวร์ คราวน์แวร์ สตาร์แวร์ ป๊อปแวร์ บิกเกสแวร์ดีปเปอร์แวร์

สจ๊วตแวร์ ปรากฏตามคำเบิกความของนายขจรเดช พยานจำเลยและภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.5 ถึง ล.21 แม้จะมีคำว่า "แวร์" แต่ผู้ผลิตดังกล่าวก็มิได้ต่อเติมใช้ชื่อเครื่องหมายการค้าเลียนชื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดังเช่นที่จำเลยใช้เลย ตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ ดังที่ได้วินิจฉัยมาแต่ต้นในเรื่องเจตนาของจำเลยก็ดี ในเรื่องเครื่องหมายการค้าที่จำเลยใช้เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ก็ดี ในเรื่องการประดิษฐ์ส่วนประกอบเครื่องหมายการค้าของจำเลยเลียนการประดิษฐ์ส่วนประกอบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ก็ดี ในเรื่องชนิดของสินค้าที่จำเลยทำเครื่องหมายการค้าเลียนของโจทก์ไปใช้ก็ดี ฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะใช้เครื่องหมายการค้า "SUPERWARE"

เลียนแบบเครื่องหมายการค้า "TUPPERWARE" ของโจทก์เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์ อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งจำเลยจำต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยแก้ฎีกาโดยอ้างคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขึ้นมาสนับสนุน โดยจำเลยเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นรูปนกเพนกวิน ส่วนอักษรโรมันคำว่า "SUPERWARE" ไม่ใช่เครื่องหมายการค้าของจำเลยนั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ขึ้นลงไปว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่จดทะเบียนไว้ในจำพวก 50 สำหรับสินค้า คือ สิ่งของต่าง ๆซึ่งทำด้วยพลาสติกนั้นเป็นรูปนกเพนกวินอยู่ในวงกลม 2 เส้น และมีอักษรโรมันว่า "PENGUIN

BRAND"ขนาดสูงประมาณ 1 ใน 4 ของรูปนกเพนกวินอยู่ใต้วงกลม คือนกเพนกวินมีส่วนสูง 4 เท่าของตัวอักษร เหตุใดจำเลยจึงไม่เอามาใช้กับสินค้าของจำเลย ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยมาแล้วว่าจำเลยมีเจตนาใช้ตัวอักษร"SUPERWARE"และย่อส่วนนกเพนกวินอยู่ในวงกลมเล็กมาพลางไว้ข้างหน้าเพื่อเลียนเครื่องหมายการค้า "TUPPERWARE" ซึ่งมีเครื่องหมาย "R" อยู่ในวงกลมต่อท้ายของโจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า สินค้าของจำเลยมีข้อความระบุถึงแหล่งกำเนิดสินค้าว่าผลิตในประเทศไทย โดยมีอักษรโรมันเขียนว่า "MADE INTHAILAND" และบอกชื่อผู้ผลิตว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมศรีไทยซุปเปอร์แวร์โดยเขียนเป็นอักษรโรมันว่า "SRITHAI SUPERWARE INDUSTRY

L.P." นั้น เห็นว่าทั้งสองประโยคนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ประกอบเครื่องหมายการค้า จำเลยประดิษฐ์และวางตำแหน่งเลียนประโยคส่วนประกอบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จึงเป็นการยากที่คนไทยส่วนใหญ่ที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษจะสังเกตุถึงความแตกต่างในข้อนี้ ส่วนคนไทยที่รู้ภาษาอังกฤษอยู่บ้างก็อาจจะไม่ได้สังเกตุถึงความแตกต่างดังกล่าว เพราะเมื่อดูเครื่องหมายการค้าและการประดิษฐ์ส่วนประกอบทั้งหมด ตลอดจนชนิดและขนาดของสินค้าแล้วจะมีความคล้ายคลึงกันมาก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าวิธีการจำหน่ายสินค้าของโจทก์และจำเลยแตกต่างกัน คือโจทก์จำหน่ายโดยวิธีปาร์ตี้แพลน สินค้าของโจทก์ไม่มีวางขายในท้องตลาดส่วนสินค้าของจำเลยวางขายในท้องตลาดทั่วไป จึงไม่มีทางที่จะให้ผู้ซื้อเกิดความสับสนในระหว่างสินค้าของโจทก์กับของจำเลยแต่อย่างใดนั้น

เห็นว่าการที่โจทก์ขายสินค้าโดยวิธีปาร์ตี้แพลนนั้น ก็เป็นการโฆษณาอย่างหนึ่งจำเลยก็จัดให้มีการขายสินค้าพลาสติกชนิดเดียวกับโจทก์โดยวิธีปาร์ตี้แพลน เป็นการเลียนแบบโจทก์ดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว แต่สินค้าของจำเลยนอกจากจะขายโดยวิธีปาร์ตี้แพลนแล้วยังมีการวางขายในท้องตลาดอีก สินค้าของจำเลยเป็นสินค้าอย่างเดียวกับโจทก์และเลียนเครื่องหมายการค้าโจทก์ดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว ประชาชนทั่วไปไม่อาจทราบได้ทุกคนว่าจะซื้อสินค้าของโจทก์ได้เฉพาะจากพิธีกรเท่านั้น และการที่โจทก์ขายสินค้าโดยวิธีปาร์ตี้แพลนนั้น ก็ไม่มีอะไรผูกพันโจทก์ที่จะต้องทำเช่นนั้นเสมอไป จึงอาจทำให้ประชาชนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์ การที่โจทก์ขายสินค้าโดยวิธีปาร์ตี้แพลน จึงไม่ใช่ข้อที่จำเลยจะอ้างว่าไม่มีทางที่จะทำให้ผู้ซื้อเกิดความสับสนในสินค้าของโจทก์กับของจำเลยแต่อย่างใดได้

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า หลังจากโจทก์จำเลยเกิดกรณีพิพาทกันเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าแล้ว จำเลยได้ทำป้ายติดสินค้าของจำเลยทุกชิ้น โดยมีข้อความระบุชัดว่าเป็นสินค้าของจำเลยซึ่งผลิตในประเทศไทย เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นของจำเลยเพื่อให้ประชาชนทราบว่า สินค้าของจำเลยนั้นเป็นสินค้าของจำเลยเองมิใช่ของโจทก์หรือของผู้ใดอื่นนั้น เห็นว่าได้วินิจฉัยมาแล้วว่า การที่จำเลยทำเช่นนั้นก็เพื่อมิให้เครื่องหมายการค้าของจำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้อยู่แก่ใจถึงความไม่สุจริตของตน มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องไปทำป้ายติดสินค้าของจำเลยอย่างรีบด่วนก่อนยื่นคำให้การ เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าของโจทก์และของจำเลยที่เลียนโจทก์ ซึ่งการทำเช่นนี้ศาลชั้นต้นก็ได้ยกมาวินิจฉัยเป็นคุณแก่จำเลย โดยไม่ให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายรายเดือนแก่โจทก์ ที่จำเลยอ้างว่าการที่รูปร่างสินค้าของโจทก์กับของจำเลยเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันเป็นเรื่องของสิทธิบัตร ซึ่งยังไม่มีกฎหมายประเภทนี้ใช้บังคับในประเทศไทย

ไม่ควรนำมาประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าเพราะเป็นคนละเรื่องกันนั้น เห็นว่า ในการเลียนแบบเครื่องหมายการค้า จะพิเคราะห์แต่เครื่องหมายการค้าอยางเดียวนั้นยังไม่พอ จำต้องพิจารณาถึงการประดิษฐ์ส่วนประกอบและตัวสินค้าซึ่งเป็นวัตถุอันมีเครื่องหมายการค้านั้นติดอยู่ด้วยเพราะโดยปกติ การที่สามัญชนจะจัดซื้อสิ่งของอย่างหนึ่งอย่างใดก็ย่อมมุ่งดูของชนิดนั้นก่อนแล้วจึงดูเครื่องหมายการค้าต่อไปในภายหลัง ตลอดจนศาลต้องดูเจตนาของผู้ผลิตสินค้าซึ่งใช้เครื่องหมายการค้านั้น ๆ ด้วยดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีสิทธิใช้คำว่า "แวร์" ซึ่งเป็นคำสามัญแปลว่า ภาชนะ และคำว่า "ซุปเปอร์" เป็นคำที่แพร่หลายคุ้นหูคุ้นตาประชาชนยิ่งกว่าคำว่า

"ทัพเพอร์" นั้น เห็นว่า ศาลฎีกามิได้เอาคำว่าซุปเปอร์แวร์คำเดียวมาวินิจฉัยว่าจำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้น และที่จำเลยอ้างว่า โจทก์ใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริตนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์ถูกจำเลยละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า การที่โจทก์มาแสวงหาความเป็นธรรมจากศาลตามทำนองคลองธรรม จะว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตอย่างไรได้ ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนในเรื่องค่าเสียหาย เมื่อศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 20,000 บาท โจทก์มิได้อุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ก็มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในเรื่องจำนวนเงินค่าเสียหายประเด็นในเรื่องจำนวนเงินค่าเสียหาย จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นสรุปแล้วเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · ชุบ วีระเวคิน · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้