Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3190/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธที่ไม่รับของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรก คดีก่อนจำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ขอให้โจทก์คดีนี้ชำระค่าเสียหายเพราะเหตุส่งมอบพรมชำรุดบกพร่อง ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระราคาพรม ฟ้องโจทก์ทั้งสองคดีมิได้มีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกันจึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 โจทก์และจำเลยในคดีก่อนกับจำเลยที่ 1 และโจทก์ในคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน และพิพาทกันในมูลสัญญาซื้อขายอันเดียวกัน คำพิพากษาในคดีเรื่องก่อนจึงผูกพันคู่ความในคดีนี้มิให้โต้เถียงเป็นอย่างอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 และเป็นผลให้ศาลในคดีนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีก่อน เมื่อศาลอุทธรณ์คดีก่อนซึ่งจำเลยที่ 1เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย พิพากษาว่า โจทก์ (จำเลยที่ 1 คดีนี้) ได้รับพรมที่สั่งซื้อจากจำเลย (โจทก์คดีนี้) และโจทก์ (จำเลยที่ 1 คดีนี้) มีโอกาสตรวจดูว่าตรงตามที่สั่งซื้อหรือไม่ โจทก์รับไว้โดยมิได้ทักท้วงแล้วนำไปติดตั้งให้ลูกค้า กรณีเช่นนี้จำเลย (โจทก์คดีนี้) ไม่ต้องรับผิด คดีถึงที่สุดแล้ว การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ (คดีนี้) เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ส่งมอบพรมตามคุณภาพที่ได้สั่งซื้อให้จำเลยและไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และไม่มีหน้าที่ชำระราคาให้โจทก์พิพากษายกฟ้อง จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากคดีก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลและได้กระทำในนามของจำเลยที่ 1 ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เชิดจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนสั่งซื้อพรมจากโจทก์จำนวน ๑ รายการราคา ๑๐,๙๒๘ บาท ๕๖ สตางค์ โจทก์ส่งมอบพรมดังกล่าวให้จำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องร่วมกันชำระเงิน ๑๐,๙๒๘ บาท ๕๖ สตางค์ให้โจทก์โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉยโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปีถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๔๓๗ บาท ๑๒ สตางค์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๑,๓๖๕ บาท ๖๘ สตางค์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ผิดสัญญาความจริงจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนจำหน่ายพรมของโจทก์จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้ซื้อพรมจากโจทก์ตามฟ้องโดยมีข้อตกลงเป็นธรรมเนียมการค้าต่อกันว่าจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่นำพรมไปติดตั้งให้ลูกค้าและจะชำระเงินเมื่อจำเลยที่ ๑ ติดตั้งให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้วครั้นจำเลยที่ ๑ รับพรมไปจากโจทก์และติดตั้งให้ลูกค้าปรากฏว่าไม่สามารถส่งมอบงานได้เนื่องจากพรมไม่ตรงตามตัวอย่างขาดคุณภาพขนพรมมีตำหนิอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาลูกค้าของจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมรับมอบงานจำเลยที่ ๑ แจ้งให้โจทก์ทราบโจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยที่ ๑ มอบให้ทนายความบอกกล่าวเลิกสัญญากับโจทก์ให้รับพรมคืนไปและเรียกค่าเสียหายขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาข้อแรกของโจทก์เห็นว่าโจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อนี้ในชั้นอุทธรณ์ปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ปัญหาดังกล่าวโดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธที่ไม่รับของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๖ วรรคแรก ดังนี้การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงชอบแล้ว ฎีกาข้อ ๒ ของโจทก์เห็นว่าคดีที่จำเลยที่ ๑ เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยเป็นเรื่องขอให้โจทก์คดีนี้ชำระค่าเสียหายเพราะเหตุส่งมอบพรมพิพาทชำรุดบกพร่องส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระราคาพรมพิพาท

ฟ้องโจทก์ทั้งสองคดีมิได้มีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกันจึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดไว้ในคดีที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๔ และตามฎีกาของโจทก์ได้โต้แย้งด้วยว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงแตกต่างขัดกับคดีที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยว่าผู้ขาย (โจทก์คดีนี้) ผิดสัญญาซื้อขายโดยส่งมอบพรมที่ชำรุดบกพร่องผู้ซื้อ (จำเลยคดีนี้) ได้บอกเลิกสัญญาแล้วให้ผู้ขาย (โจทก์คดีนี้) ชำระค่าเสียหายศาลชั้นต้นคดีนี้นั้นวินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายเป็นอันบริบูรณ์แล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีถึงที่สุดแล้วฎีกาของโจทก์ข้อนี้โจทก์ได้ยกขึ้นโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์แล้วแต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์และจำเลยในคดีก่อนกับจำเลยที่ ๑ และโจทก์ในคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันและพิพาทกันในมูลสัญญาซื้อขายอันเดียวกันคำพิพากษาในคดีเรื่องก่อนจึงผูกพันคู่ความในคดีนี้มิให้โต้เถียงเป็นอย่างอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕ และเป็นผลให้ศาลในคดีนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีก่อนเมื่อศาลอุทธรณ์คดีก่อนซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยพิพากษาว่าโจทก์ (จำเลยที่ ๑ คดีนี้)

ได้รับพรมที่สั่งซื้อจากจำเลย (โจทก์คดีนี้) และโจทก์ (จำเลยที่ ๑ คดีนี้) มีโอกาสตรวจดูว่าตรงตามที่สั่งซื้อหรือไม่โจทก์รับไว้โดยมิได้ทักท้วงแล้วนำไปติดตั้งให้ลูกค้ากรณีเช่นนี้จำเลย (โจทก์คดีนี้) ไม่ต้องรับผิดคดีถึงที่สุดแล้วการที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ (คดีนี้) เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ส่งมอบพรมตามคุณภาพที่ได้สั่งซื้อให้จำเลยและไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและไม่มีหน้าที่ชำระราคาให้โจทก์พิพากษายกฟ้องจึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากคดีก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยในประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่และโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เพียงใดไปโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ในปัญหาว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่ศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนได้พิพากษาว่าโจทก์ (จำเลยที่ ๑ คดีนี้)

ได้รับพรมที่สั่งจากจำเลย (โจทก์คดีนี้) และมีโอกาสตรวจดูว่าตรงตามที่สั่งซื้อหรือไม่โจทก์รับไว้โดยมิได้ทักท้วงแล้วนำไปติดตั้งให้ลูกค้ากรณีเช่นนี้จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดข้อเท็จจริงในคดีนี้จึงรับฟังได้ว่าโจทก์ไม่ผิดสัญญาจำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาจำเลยที่ ๑ ผู้ซื้อต้องรับผิดชำระค่าพรมให้โจทก์ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลและได้กระทำการในนามของจำเลยที่ ๑ ดังนี้จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑๐,๙๒๘ บาท ๕๖ สตางค์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จนถึงวันฟ้องแต่ไม่ให้เกิน ๔ เดือนและนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวมสามศาลเป็นเงิน ๑,๓๐๐ บาทส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายชัยรัตน์ ชั้นเจริญ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้