Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3200/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ซึ่งเป็นรถที่มีทะเบียนแต่จำเลยก็ยังรับซื้อมาในราคาเพียง3,000บาทซึ่งเป็นราคาถูกผิดปกติอย่างมากโดยมิได้สนใจเรื่องการโอนทะเบียนรถพฤติการณ์มีเหตุบ่งชี้ชัดแจ้งว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357, 83จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี คำให้การชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในส่วนข้อหาความผิดฐานรับของโจรนั้นโจทก์มีนายสมร คนทัตย์ ผู้เสียหายเบิกความว่า หลังจากรถจักรยานยนต์ของกลางถูกคนร้ายลักไปแล้ว ผู้เสียหายสืบหารถจักรยานยนต์มาตลอดจนกระทั่งวันที่ 26 เมษายน 2531 เวลาประมาณ 17 นาฬิกาผู้เสียหายพบเจ้าพนักงานตำรวจนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ของตนสอบถามได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจยึดรถจักรยานยนต์คันนี้จากจำเลยในคดีใช้รถไม่มีทะเบียนในวันที่ 28 เดือนเดียวกันผู้เสียหายจึงนำหลักฐานทะเบียนรถจักรยานยนต์ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกบินทร์บุรี และเจ้าพนักงานตำรวจได้คืนรถจ้กรยานยนต์ค้นดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหายไป

ต่อมาอีกประมาณ3 - 4 วัน ผู้เสียหายไปสอบถามจำเลยที่บ้านได้ความว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ค้นนั้นมาจากพรรคพวกในราคา 3,000 บาท โดยมีร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์ ณรงค์ พยานผู้จับจำเลยในคดีข้อหาว่าจำเลยใช้รถไม่มีทะเบียนมาเบิกความสนับสนุนว่า เมื่อพยานกับพวกไปพบรถจักรยานยนต์ของกลางไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ใต้ถุนบ้านจำเลย พยานได้เรียกจำเลยมาสอบถามว่าได้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาอย่างไร จำเลยบอกว่ารับซื้อไว้จากนายสมนึกหรือนายสิงหาจำเลยไม่แน่ใจ คำของผู้เสียหายและร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์จึงเป็นการยืนยันสอดคล้องต้องกันว่าจำเลยบอกแก่พยานโจทก์ทั้งสองว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางมาจากผู้อื่นหาใช่รับฝากรถจักรยานยนต์ของกลางไว้จากชายคนหนึ่งซึ่งจำเลยไม่รู้จักมาก่อนเพราะรถจักรยานยนต์เครื่องเสียดังที่จำเลยนำสืบและยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในฎีกาของจำเลยไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเท็จจริงที่จำเลยบอกแก่ร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์และผู้เสียหายก็เกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและสอบสวนดำเนินคดีนี้ด้วย จึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าจำเลยได้บอกเล่าไปตามความจริง

อีกทั้งทางพิจารณาก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยจะมีสาเหตุโกรธเคืองอะไรกับร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์และผู้เสียหาย จึงไม่มีข้อระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย นอกจากนี้ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ที่จำเลยรับฝากไว้จริงเมื่อถูกเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีในข้อหาใช้รถไม่จดทะเบียนและเสียภาษี จำเลยก็น่าที่จะให้การปฏิเสธและแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบเสียแต่ต้น แต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่ กลับให้การรับสารภาพในคดีนั้นจนถูกศาลพิพากษาลงโทษปรับไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นร้อยตำรวจเอกประกาศ พงษ์พานิช พนักงานสอบสวนก็เบิกความว่า หลังจากศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 500 บาท แล้ว จำเลยได้มาขอรถจักรยานยนต์คืน แต่ไม่มีหลักฐาน

เจ้าพนักงานตำรวจจึงไม่ยอมคืนให้แก่จำเลยยิ่งเป็นพฤติการณ์ที่ยืนยันให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า จำเลยได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ หาใช่เป็นเพียงรับฝากไว้จากชายไม่ทราบชื่อไม่ เพราะหากจำเลยเพียงแต่เป็นผู้รับฝากรถจักรยานยนต์ไว้เท่านั้นก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องออกหน้าไปขวนขวายขอคืนรถจักรยานยนต์ด้วยตนเองส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่เคยมาขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนโดยอ้างคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกศรานนท์ หอมทรัพย์มาสนับสนุนนั้น เห็นว่าแม้ร้อยตำรวจเอกศรานนท์จะเบิกความว่าหลังจากศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยแล้ว จำเลยได้หายไปเลยไม่เคยมาขอคืนของกลางก็ตาม แต่ร้อยตำรวจเอกศรานนท์เป็นเพียงเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยในข้อหาใช้รถโดยไม่มีทะเบียนเท่านั้น และร้อยตำรวจเอกศรานนท์ก็ได้เบิกความยอมรับต่อคำถามค้านของทนายจำเลยว่าพยานไม่ใช่พนักงานสอบสวนคดีนี้

แสดงว่าร้อยตำรวจเอกศรานนท์มิใช่ผู้มีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาเรื่องขอคืนของกลาง และจำเลยอาจมาขอคืนของกลางในขณะที่ร้อยตำรวจเอกศรานนท์ไม่อยู่ที่สถานีตำรวจก็ได้ แต่ร้อยตำรวจเอกประกาศ พงษ์พานิช เป็นพนักงานสอบสวนผู้มีหน้าที่พิจารณาเรื่องขอคืนของกลางโดยตรง และทางพิจารณาก็ไม่ปรากฎว่าจะมีสาเหตุโกรธเคืองอะไรกับจำเลย คำของร้อยตำรวจเอกประกาศจึงมีน้ำหนักรับฟังเชื่อถือได้ว่าจำเลยได้มาขอรับรถจักรยานยนต์ของกลางคืนจริง พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้จริง เมื่อปรากฎว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นรถที่มีทะเบียน แต่จำเลยก็ยังรับซื้อมาในราคาเพียง3,000 บาท ซึ่งเป็นราคาถูกผิดปกติอย่างมากโดยมิได้สนใจเรื่องการโอนทะเบียนรถ พฤติการณ์มีเหตุบ่งชี้ชัดแจ้งว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจรพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากร อัชกุล · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้