Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นพนักงานของรัฐบาลรับเงินมาจากคลังเพื่อจ่ายเป็นค่าจ้าง ค่าเบี้ยเลี้ยงแก่เอกชน แล้วยักยอกเอาเป็นประโยชน์ตนเสียดังนี้ อัยยการมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีได้ โดยไม่ต้องมีใครร้องทุกข์ หลักวินิจฉัย ประเด็นที่ศาลล่างยังมิได้วินิจฉัยถึงศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ในเรื่องอำนาจฟ้องนั้น แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ เมื่อฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาที่ไม่ควรรับวินิจฉัยทั้งหมด ศาลฎีกาก็ยังมีอำนาจยกข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยได้ตามลำพัง การฟ้องคดีอาญาถือว่าเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยรับราชการเป็นเสมียนตราจังหวัดมีหน้าที่รับเบิกจ่ายเงินราชการต่าง ๆ จำเลยเบิกเงินจากคลังจังหวัดมาแล้วสำรับเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าจ้างคน แล้วจำเลยยักยอกเงินนั้นไว้บางส่วน เป็นประโยชน์ส่วนตนเสีย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๓๑-๓๑๙ ศาลขั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายข้อเดียวว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะว่าเมื่อเสมียนตราเบิกเงินไปจากคลังจังหวัดแล้ว คลังไม่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ควรจะได้รับเงิน รัฐบาลจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย แลจำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการทรัพย์ตาม ม.๓๑๙ ข้อ ๒ เมื่อไม่มีผู้ใดมาร้องทุกข์ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ถ้าจำเลยยักยอกเงินไปจริง จำเลยก็ควรมีผิด คดีไม่ใช่ความผิดส่วนตัว แม้เงินที่จำเลยยักยอกเป็นเงินที่จ่ายให้เอกชนก็ต้องถือว่าอยู่ในหน้าที่จำเลยปกครองรักษา

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่สามารถจะยักยอกได้ แลว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องได้แลเห็นว่าข้อกฎหมายที่ศาลล่างวินิจฉัยมามีฉะเพาะข้ออำนาจฟ้องข้อเดียว ข้อที่จำเลยยกขึ้นฎีกาเป็นข้อที่ศาลล่างยังมิได้พิจารณาพิพากษา จำเลยฎีกาไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อมาตย์ · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายทองอินทรฯ
ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้