Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีก่อนศาลฎีกาพิพากษาว่า ผู้ร้องได้โอนขายที่ดินพิพาทนี้ให้ผู้คัดค้านไปแล้ว และที่ผู้ร้องอ้างว่าครอบครองปรปักษ์โดยไม่ได้ขายให้ผู้คัดค้านก็เท่ากับเป็นการครอบครองที่ดินของตนเอง ไม่ใช่การครอบครองปรปักษ์ในคดีหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ โดยผู้ร้องปกปิดไม่ให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงที่เคยฟ้องผู้คัดค้านไว้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อน คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีหลังนี้และคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีก่อนนั้นขัดกัน และต่างก็เป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาที่มีผลเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทรายเดียวกัน อันถือว่าเป็นการปฏิบัติชำระหนี้อันแบ่งแยกจากกันมิได้ จึงต้องถือตามคำพิพากษาของศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงกว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 146 ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกาในคดีก่อนดังกล่าวข้างต้น เป็นคำวินิจฉัยในประเด็นเรื่องครอบครองปรปักษ์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายห่วง ต่อมานายห่วงโอนขายให้แก่ผู้ร้อง และในวันเดียวกันนั้นได้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ร้องไปเป็นของนายวิเชียร จิระพจชพร โดยผู้ร้องไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน ผู้ร้องได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทมาจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ต่อมาผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเคยฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทแก่ผู้คัดค้าน และพิพากษาว่าผู้ร้อง (โจทก์) ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีนี้จึงขัดกับคำพิพากษาศาลฎีกา ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีนี้ไม่ผูกพันผู้คัดค้านให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครระงับการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินพิพาท

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีก่อนคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่า ผู้ร้องได้โอนขายที่ดินพิพาทให้ผู้คัดค้านไปแล้ว ไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะมาขอเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายของผู้คัดค้านได้ และที่ผู้ร้องอ้างว่าครอบครองปรปักษ์โดยไม่ได้ขายก็เท่ากับเป็นการครอบครองที่ดินของตนเอง ไม่ใช่การครอบครองปรปักษ์ ต่อมาผู้ร้องได้มายื่นคำร้องขอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทในคดีนี้ ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโฉนดเดียวกันนั้นอีก โดยอ้างว่าได้มีการจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้ผู้คัดค้านไปโดยผู้ร้องไม่ทราบ และได้ครอบครองปรปักษ์มาเกินสิบปีเช่นเดียวกับที่เคยอ้างในคดีก่อน ศาลชั้นต้นไต่สวนคดีหลังนี้ไปฝ่ายเดียวโดยผู้ร้องปกปิดไม่ให้ศาลทราบข้อเท็จจริงที่เคยฟ้องผู้คัดค้านไว้ แล้วมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อน

คำสั่งศาลชั้นต้นในคดีหลังนี้และคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนนั้นต่างก็เป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาที่มีผลเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินในโฉนดพิพาทรายเดียวกันอันถือว่าเป็นการปฏิบัติชำระหนี้อันแบ่งแยกจากกันมิได้ จึงต้องถือตามคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงกว่าเป็นหลักตัดสินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๖

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า คดีก่อนศาลฎีกายังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นเรื่องครอบครองปรปักษ์นั้น เห็นว่าในคดีก่อนศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าผู้ร้องไม่มีเจตนาครอบครองปรปักษ์ เพราะผู้ร้องได้ขายที่ดินรายนี้ให้ผู้คัดค้านจริง ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าครอบครองปรปักษ์โดยไม่ได้ขายนั้นก็เท่ากับผู้ร้องว่าครอบครองที่ดินของตนเอง ซึ่งถือไม่ได้ว่าเป็นการครอบครองปรปักษ์ ศาลฎีกาได้สรุปให้ผู้ร้องเห็นว่าไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะมาอ้างว่าครอบครองปรปักษ์ได้นั่นเอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอุดมศักดิ์ ศิริอ่อน
ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10565/2557

เดิมจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้สร้างรั้วคอนกรีตล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่หลังจากที่มีการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินจนทราบว่าจำเลยสร้างรั้วล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทั้งสองแล้ว จำเลยขอแก้ไขคำให้การเด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2568

การสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1458การแสดงความยินยอมนั้นจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ ร. มีกำหนดเวลา 10 ปี และเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ทั้งมีข้อตกลงว่า หากสัญญาสิ้นสุดแล้วให้ต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี แต่ ร. ถึงแก่ความตายแล้ว ขอใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้