Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3221/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (2)(ค) แห่ง ป.รัษฎากร กำหนดให้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆของสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ด้วย คงยกเว้นให้เฉพาะเงินค่าบำรุงที่ได้รับจากสมาชิกหรือเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการบริจาค หรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ทวิ (13) เท่านั้นแม้ตามมาตรา 79 ตรี (8)(ข) จะยกเว้นให้ไม่ต้องนำรายรับจากการบริจาคสินค้าเป็นสาธารณประโยชน์มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีการค้าก็ตามแต่ก็ยกเว้นให้เฉพาะการบริจาคแก่องค์การ หรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีกำหนดเท่านั้น ป.รัษฎากรมิได้ยกเว้นไม่เก็บภาษีจากสมาคมเสียทีเดียว แม้โจทก์มีฐานะเป็นสมาคม ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 1274 บัญญัติว่ากิจการของโจทก์มิใช่เป็นการประกอบกิจการค้าหากำไรมาแบ่งปันกันก็ตามแต่ในเรื่องหน้าที่นำสืบ ป.รัษฎากรมิได้มีข้อสันนิษฐานไว้ให้เป็นคุณแก่โจทก์ กรณีจึงต้องเป็นไปตามหลักทั่วไปของมาตรา 84 แห่งป.วิ.แพ่. เมื่อประเด็นข้อพิพาทที่ว่าโจทก์มีรายได้ซึ่งต้องเสียภาษีหรือได้รับยกเว้นการเสียภาษีหรือไม่นั้น โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างจำเลยให้การปฏิเสธ หน้าที่นำสืบหรือภาระการพิสูจน์จึงตกอยู่แก่โจทก์ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรฯ มาตรา 17 การที่จะนำ ป.วิ.พ.มาอนุโลมใช้ได้ก็ต่อเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรฯ และข้อกำหนดตามมาตรา 20 บัญญัติหรือกำหนดไว้โดยเฉพาะเท่านั้น ดังนี้ เมื่อมีข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 กำหนดว่าคู่ความจะต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา 88 แห่ง ป.วิ.พ. มาอนุโลมใช้แก่กรณีการยื่นบัญชีระบุพยานคดีภาษีอากรได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1274 ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 88 ป.วิ.พ. มาตรา 149 ป.รัษฎากร มาตรา 65 ป.รัษฎากร มาตรา 79 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 20 ป.รัษฎากร มาตรา 17 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 65 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 79

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เป็นการชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าศาลภาษีอากรกลางชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า1. โจทก์มีรายได้ซึ่งจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามฟ้องหรือไม่2. โจทก์มีรายได้ซึ่งต้องเสียภาษีการค้าตามฟ้องหรือไม่3. โจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าหรือไม่4. โจทก์ไม่ได้รับหมายเรียกและหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 8 หรือไม่และกำหนดหน้าที่นำสืบว่า

ประเด็นข้อพิพาททั้งสี่ข้อ โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างจำเลยให้การปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์ตกโจทก์จากนั้นได้มีคำสั่งว่า โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และพิพากษายกฟ้องโจทก์ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกมีว่า โจทก์มีภาระการพิสูจน์ในประเด็นพิพาทข้อ 1, 2 และ 3 ตามที่ศาลภาษีอากรกลางชี้สองสถานไว้หรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์เป็นสมาคมจึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1274 ว่า กิจการของโจทก์มิใช่เป็นการประกอบกิจการค้าหากำไรมาแบ่งปันกัน จำเลยประเมินและมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์อ้างว่าโจทก์ไม่ได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีการค้า ภาระการพิสูจน์ในประเด็นข้อพิพาททั้งสามข้อดังกล่าวข้างต้นย่อมตกอยู่แก่จำเลยเห็นว่าตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (2)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ด้วย คงยกเว้นให้เฉพาะเงินค่าบำรุงที่ได้รับจากสมาชิกหรือเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการบริจาคหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ทวิ (13)

เท่านั้น ที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีและตามประมวลรัษฎากร มาตรา79 ตรี (8)(ข) แม้จะบัญญัติยกเว้นว่ารายรับจากการบริจาคสินค้าเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีการค้าก็ตาม แต่กฎหมายก็ยกเว้นให้แต่เฉพาะองค์การ หรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า ประมวลรัษฎากรมิได้ยกเว้นไม่เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าจากสมาคมโดยไม่มีเงื่อนไขแต่อย่างใด ดังนั้นลำพังแต่โจทก์มีฐานะเป็นสมาคมแม้ว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1274 จะต้องเป็นกิจการอันมิใช่เป็นการหากำไรแบ่งปันก็ตาม แต่ประมวลรัษฎากรก็มิได้มีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายให้เป็นคุณแก่โจทก์เกี่ยวกับเรื่องหน้าที่นำสืบตามข้อยกเว้นในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84(2)แต่อย่างใดกรณีจึงต้องเป็นไปตามหลักทั่วไปของมาตรา 84 กล่าวคือประเด็นข้อพิพาทในข้อ 1, 2 และ 3 ดังกล่าว

โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างขึ้นเพื่อสนับสนุนคำฟ้องของตนว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธหน้าที่นำสืบหรือภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามประเด็นข้อพิพาททั้งสามข้อนั้นย่อมตกอยู่แก่ใจซึ่งเป็นคู่ความที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2428 มาตรา 17 ส่วนที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีการค้า(ฉบับที่ 23) นั้น ก็เป็นการให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ตามประเด็นข้อ 3เท่านั้น จำเลยหาได้อ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ อันจะเป็นเหตุให้ภาระการพิสูจน์ตกแก่จำเลยไม่ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งกำหนดหน้าที่นำสืบให้โจทก์มีภาระการพิสูจน์ในประเด็นข้อ 1, 2 และ 3นั้นชอบด้วยกฎหมายแล้วปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อต่อไปมีว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาและคำวินิจฉัยของศาลภาษีอากรกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร

พ.ศ. 2528 มาตรา 17 บัญญัติให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น เมื่อศาลภาษีอากรกลางชี้สองสถานแล้ว ต้องนัดสืบพยานโจทก์หรือพยานจำเลยก่อน ซึ่งก่อนถึงวันนัดสืบพยาน คู่ความย่อมมีสิทธิยื่นบัญชีระบุพยานหรือขออนุญาตอ้างพยานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 และ 88

ศาลภาษีอากรกลางไม่ชอบที่จะด่วนวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันนัดชี้สองสถานแล้ว ศาลต้องห้ามมิให้รับฟังพยานหลักฐานโจทก์และพิพากษายกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธิพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17บัญญัติว่า "กระบวนพิจารณาในศาลภาษีอากรให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และข้อกำหนดตามมาตรา 20 ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อกำหนดดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม" ดังนั้นการที่จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาอนุโลมใช้แก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลภาษีอากรก็ต่อเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรและข้อกำหนดคดีภาษีอากรซึ่งออกตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติหรือกำหนดไว้โดยเฉพาะแล้วเท่านั้น

เมื่อมีข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 กำหนดว่า คู่ความจะต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน อันเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีระบุพยานคดีภาษีอากรที่กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นพิเศษแตกต่างไปจากการยื่นบัญชีระบุพยานคดีธรรมดาทั่ว ๆ ไปดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา 88 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาอนุโลมให้แก่กรณีการยื่นระบุพยานคดีภาษีอากรได้ ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8 มิใช่เป็นกฎหมายเป็นเพียงข้อกำหนดที่วางขึ้นเป็นระเบียบปฏิบัติและยังไม่เป็นที่ทราบกันทั่วไป จึงไม่มีผลบังคับนั้น เห็นว่า ข้อกำหนดคดีภาษีอากรดังกล่าว

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งโดยอนุมัติประธานศาลฎีกาเป็นผู้ออกประกาศข้อกำหนดดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และ 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 อีกทั้งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย และที่โจทก์อ้างว่าการที่โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันชี้สองสถานเป็นกรณีผิดหลงด้วยเหตุสุดวิสัย จึงขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานนั้นเห็นว่า เหตุที่โจทก์อ้างดังกล่าว มิใช่เหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเมื่อโจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานโดยชอบและภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นำสืบประเด็นพิพาทแห่งคดีทั้งสี่ข้อก็ตกอยู่แก่โจทก์ดังวินิจฉัยมาข้างต้นแล้ว โจทก์ย่อมเป็นฝ่ายแพ้คดีโดยไม่จำต้องสืบพยานจำเลยอีก ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยและพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว

อนึ่ง คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเพียงพอขอให้เพิกถอนคำสั่งเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบหรือภาระการพิสูจน์กับขอให้สั่งให้โจทก์มีสิทธินำพยานเข้าสืบตามบัญชีระบุพยานที่ขออนุญาตยื่นต่อศาลภาษีอากรกลางซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งข้ (2)(ก) แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ตามตาราง 1 ข้อ (1)(ก)เป็นเงิน 3,965 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินแก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินแก่โจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ก้าน อันนานนท์ · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2561

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ข้อ 15 วรรคสอง ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อจำเลยที่ 6 ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วเมื่อวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7682/2547

โจทก์อุทธรณ์คัดค้านหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของจำเลยต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานไม่ชอบ แม้เหตุผลในการคัดค้านของโจทก์จะไม่ได้ยกเรื่องการประเมินของเจ้าพนักงานขาดอายุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9909/2539

ค่าพาหนะที่โจทก์เหมาจ่ายให้แก่พนักงานตามระยะทางที่พนักงานออกไปปฎิบัติงานโดยไม่คำนึงถึงว่าพนักงานจะได้ใช้จ่ายไปตามนั้นจริงหรือไม่ เป็นค่าพาหนะที่นายจ้างเหมาจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ย่อมไม่อยู่ในความหมายของมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6049/2534

บริษัท พ. ผลิตรถยนต์จำหน่ายให้แก่บริษัท ส.ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวโดยมีข้อตกลงและระเบียบปฏิบัติต่อกันว่า เมื่อบริษัท พ.ผลิตรถยนต์แต่ละคันเสร็จจะทำสำเนาเอกสารใบ D/O (Delivery Order) ระบุรุ่นของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้