Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3229/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยได้มีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่เป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าอากรแสตมป์ก็ตามแต่โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องและมีคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดในส่วนนี้มาด้วยการที่ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์เกี่ยวกับเงินส่วนนี้จึงเป็นการพิพากษาที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา142แล้วและการบังคับคดีก็ต้องดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา271ดังนี้การที่โจทก์ไปโอนที่ดินและได้ออกเงินค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าอากรแสตมป์ไปก่อนโดยโจทก์ถือว่ากระทำแทนจำเลยนั้นเป็นเรื่องโจทก์ดำเนินการไปเองและเป็นการบังคับที่นอกเหนือไปจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งไม่อาจกระทำได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 394 เฉพาะส่วนของจำเลย 1 ใน 6 ส่วนของที่ดินทั้งแปลงแก่โจทก์หากจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ทั้งนี้โจทก์ต้องชำระค่าที่ดินแก่จำเลยหลังจากหักเงินค่าปรับตามสัญญาแล้วอีก 550,000 บาทและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวมสองศาลให้ 20,000 บาท ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงว่า โจทก์ได้รับโอนที่ดินตามคำพิพากษาแล้วและโจทก์ต้องชำระเงินค่าที่ดินแก่จำเลย 550,000 บาท แต่จำเลยจะต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ 171,300 บาทกับต้องใช้ค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ ซึ่งจำเลยจะต้องชำระตามสัญญาจะซื้อจะขาย และโจทก์ได้ชำระไปก่อนแล้วอีก 273,582 บาทรวม 448,882 บาทเมื่อหักเงินจำนวนดังกล่าวออกจากเงินค่าที่ดินแล้ว

โจทก์คงชำระค่าที่ดินแก่จำเลยเพียง 105,118 บาท ขอวางเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยรับไปจำเลยขอรับเงินที่โจทก์วางศาล 105,118 บาท ไปแล้วยื่นคำร้องว่า โจทก์จะต้องชำระเงินแก่จำเลย 550,000 บาท แต่โจทก์ชำระเพียง 105,118 บาท จึงไม่ครบจำนวนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ของโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลยตามคำพิพากษาวันนัดพร้อมจำเลยแถลงว่า โจทก์ไม่มีสิทธิหักค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์รวม273,582 บาทศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีสิทธินำเงินค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์รวม273,582 บาท หักออกจากเงินค่าที่ดิน เพราะเป็นการบังคับคดีนอกเหนือจากคำพิพากษาโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิหักเงินค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าอากรแสตมป์จำนวน 273,582 บาท จากค่าที่ดิน550,000 บาท ที่ต้องชำระให้แก่จำเลยหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยได้มีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่เป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าอากรแสตมป์ก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องและมีคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดในส่วนนี้มาด้วยแต่อย่างใดศาลอุทธรณ์จึงมิได้พิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์เกี่ยวกับเงินส่วนนี้ ซึ่งเป็นการพิพากษาที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ที่ห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือทำคำสั่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ส่วนการบังคับคดีก็จะต้องดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271การที่โจทก์ไปโอนที่ดินและได้ออกเงินค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าอากรแสตมป์ไปก่อนโดยโจทก์ถือว่ากระทำแทนจำเลยนั้น เป็นเรื่องโจทก์ดำเนินการไปเองการที่โจทก์หักเงินค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าอากรแสตมป์จากเงินค่าที่ดินที่โจทก์ต้องชำระให้จำเลยจึงเป็นการบังคับที่นอกเหนือไปจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งไม่อาจกระทำได้จำเลยชอบที่จะบังคับคดีต่อไปได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10011/2558

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดต่อโจทก์โดยชำระหนี้ตามสัญญากู้และโจทก์ประสงค์บังคับจำนองเอาแก่ที่ดินตามฟ้องซึ่งเป็นหลักประกัน อันเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกหนี้แห่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5091/2552

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองที่พิพาทของจำเลยเพื่อบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องและให้จำเลยมีชื่อในทะเบียนที่ดินแทน และผู้ร้องฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินคืนผู้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7102/2546

ตามสัญญายอมระหว่างโจทก์กับจำเลยมีใจความสำคัญว่า จำเลยจะขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่าและส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2539 ดังนี้ เมื่อล่วงพ้นเวลาดังกล่าวและยังมีผู้อาศัยในสิ่งปลูก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2543

แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า คดีอยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมและจำเลยที่ 1 ยังมิได้ผิดนัด การที่โจทก์มีหนังสือขอให้ศาลจังหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2541

จำเลยเพียงแต่แถลงขอวางเงินค่าเสียหาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนการปฏิบัติตามคำพิพากษาในเรื่องกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและบ้านตามคำพิพากษายังมิได้มีการตกลงแบ่งกันตามลำดับขั้นตอนให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้